ม่ถูกต้องนะคะ!” ซู่เป่าเอ่ยแย้งจริงจัง
เด็กจอมซนทำหูทวนลม ส่วนหญิงคนนั้นก็แสร้งก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ ทำราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
สวนสนุกมีเด็กเยอะขนาดนี้ ถ้าต้องเข้าคิวตามระเบียบจะไปทันกินอะไร? ใคร ๆ เขาก็แซงกันทั้งนั้น เมื่อกี้พวกเธอก็เล่นแบบนี้มาตลอดทาง
เมื่อเห็นผู้ปกครองให้ท้าย เด็กชายที่แซงคิวก็ยิ่งได้ใจ เขาทำหน้าล้อเลียนใส่ซู่เป่าอย่างท้าทาย “แล้วไงล่ะ! แน่จริงก็เข้ามาตีฉันสิ!”
ซู่เป่าเริ่มไม่พอใจ เธอเลียนแบบท่าทางของจี้ฉางด้วยการหรี่ตาลง…
ทว่าเจ้าตัวน้อยนุ่มนิ่มยังมิทันได้แสดงโทสะ ซูเหอเหวินก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้พลางบอกเสียงเย็น “ไปต่อแถวข้างหลังซะ”
ซูเหอเวิ่นเองก็ขยับมายืนประจันหน้าด้วยใบหน้านิ่งเฉย
“ไม่ไป! ไม่ไป! ฉันไม่ไป!” ป้าคนนั้นยังคงแสร้งดูโทรศัพท์ต่อไปไม่สนใจใคร เด็กน้อยยิ่งกำเริบหนัก เธอสะบัดเนื้อสะบัดตัว
หานหานเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว!
เด็กสาวคว้ากระจุกผมของเด็กจอมซนอย่างแรง แล้วผลักออกไปจนล้มลงเสียงดัง
“ไปให้พ้น!” หานหานจ้องเขม็งด้วยแววตาโกรธจัด “พอไม่แสดงออก เธอคิดว่าฉันเป็นเฮลโลคิตตีหรือไง!”
หานหานเพิ่งค้นพบว่าเด็กชอบโวยวายว่า “ไม่ยอม ๆ” มันน่ารำคาญสิ้นดี!
เด็กคนนั้นล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นและแผดเสียงร้องไห้จ้าทันที!
เมื่อเห็นลูกหลานถูกรังแก ป้าคนนั้นก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที! เธอตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น “เฮ้! ใครเป็นผู้ปกครองเด็กคนนี้? มีการศึกษากันบ้างไหม กล้าดียังไง