มาตีคนอื่น!”
“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง! ใครใช้ให้พวกเธอแซงคิวล่ะ!” หานหานเชิดหน้าตอบ
“แล้วเธอก็มีสิทธิ์ตีคนอื่นงั้นเหรอ? ถ้าไม่พอใจก็พูดดี ๆ สิ! ทำไมต้องลงมือนักเลงแบบนี้?” ป้าโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
เธอเริ่มใช้ไม้ตายประจำตัว ด้วยการตะโกนป่าวประกาศให้คนรอบข้างหันมาสนใจ
ซูอีเฉินได้ยินเสียงเอะอะรีบวางสายโทรศัพท์ และก้าวยาว ๆ เข้ามาหาทันที
ในขณะเดียวกัน ก็มีหญิงสาวในชุดสีแดงรีบวิ่งตรงมาเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น?” ซูอีเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เขาจ้องมองลงมาจากที่สูงด้วยสายตาคมกริบ กลิ่นอายความกดดันแผ่ออกมาทำให้ป้าคนนั้นถึงกับพูดติดอ่างทันควัน
“นะ… นายเลี้ยงเด็กให้ชอบใช้กำลังแบบนี้ได้ยังไง!”
“คุณลุงคะ เธอแซงคิวพวกเราก่อน พี่ชายบอกให้ไปต่อแถวแล้วแต่เธอไม่ฟังค่ะ” ซู่เป่ารีบบอกทันที
“พวกเราไม่ได้ยินนะ…” ป้ารีบโต้กลับ
ซูอีเฉินใบหน้าเย็นชา “ไม่ได้ยินแล้วทางเราต้องยอมรับงั้นหรือ? หรือคุณอยากโดนสั่งสอนด้วยอีกคน”
เมื่อประธานบริษัทใหญ่เริ่มโกรธ แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงยังต้องก้มหน้าหลบตา แล้วป้าตรงหน้าจะทนแรงกดดันได้อย่างไร
เธอไม่กล้าหือแม้แต่คำเดียว
จังหวะนั้น หญิงสาวชุดแดงก็วิ่งเข้ามาขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ฉันต้องขอโทษแทนพวกเขาด้วยนะคะ”
ซู่เป่าร้อง “เอ๋?” ออกมาเบา ๆ
นั่นคือพี่สาวชุดแดงคนนั้นนี่นา? ซู่เป่าจ้องไปยังไหล่ของเธอ เห็นผีตัวหนึ่งกำลังนอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่บนนั้น
“นี่คือลูกขอ