น้ายักษ์ใส่ใครกัน? คุณคิดว่าตัวเองยังเป็นประธานกลุ่มบริษัทอยู่หรือไง!”
คุณตาซูหุบปากฉับทันที
“ทราบแล้วค่ะคุณปู่ ต่อไปซู่เป่าจะตื่นให้เช้ามาก ๆ เช้ากว่าไก่ตัวผู้เลยค่ะ!” ซู่เป่าฉีกยิ้มกว้างตอบรับ
“ก็… ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าขนาดนั้นหรอกจ้ะ” คุณตาซูรีบเบรก
ซูอีเฉินและหลานชายทั้งสองต่างหันไปมองเขาเป็นตาเดียว
*
หลังมื้ออาหาร ซูอีเฉินเตรียมตัวพาซู่เป่ามุ่งหน้าไปยังบ้านสกุลมู่
สืบเนื่องจากเมื่อวานที่คุณกวนบอกว่าพ่อของซู่เป่านามสกุลมู่ หลังจากสมาชิกตระกูลซูปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด จึงตัดสินใจว่าควรไปเยี่ยมเยียนเพื่อพิสูจน์ความจริง หากซู่เป่ามีสายเลือดตระกูลมู่ไหลเวียนอยู่จริง พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลในการปกปิด หรือเห็นแก่ตัวตัดสินใจแทนเด็กน้อย
บังเอิญว่าในตระกูลมู่มีชายหนุ่มอายุราว 25-26 ปีพอดี ทราบว่าเป็นหลานชายจากสาขาย่อยของตระกูลมู่ที่ต้องมาอาศัยพักพิงอยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น ซึ่งข้อมูลนี้ตรงกับคำบอกเล่าของคุณกวนแทบทุกประการ
บ้านตระกูลมู่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ของตระกูลซือ ทว่าย่านที่ตระกูลซืออยู่นั้นเป็นเขตยุทธศาสตร์ทหารเข้มงวด ส่วนพื้นที่ของตระกูลมู่กลับเป็นย่านคนรวย คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักการเมือง และพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพล
ขณะที่รถยนต์ค่อย ๆ แล่นผ่านท้องถนน ซู่เป่าซึ่งเอนกายพิงกระจกหน้าต่างรถจู่ ๆ ก็อุทานออกมา “เอ๊ะ!”
เบื้องหน้าบนถนนเส้นนั้น มีหญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงกำลังยืนรอสัญญาณไฟเขียวอยู่