!
“เฮอะ วันนี้ปลุกโรคเจ้าหญิงขึ้นมาอาละวาดแต่เช้าเลยนะ!” ซูเหอเวิ่นหัวเราะเยาะ
หานหานแค่นเสียงอย่างโกรธจัด ใบหน้าบึ้งตึงหมุนตัวกลับเตรียมตัวขึ้นห้องไปโดยไม่นึกอยากแตะต้องอาหารเช้าแม้แต่นิด
“ไม่รู้จักทักทายผู้ใหญ่เหรอ? กินข้าวเสร็จค่อยไปนอน!” คุณปู่ซูขมวดคิ้วดุ
“พ่อครับ อย่าเข้มงวดนักเลย” ซูอีเฉินเอ่ยขัดเรียบ ๆ
“ฉันก็เข้มงวดกับทุกคนแบบนี้แหละ!” คุณปู่ซูแค่นหัวเราะเย็นชา
หานหานลากเท้าเดินกลับมาที่โต๊ะอย่างเหนื่อยหน่าย เธอไม่มีนิสัยกินมื้อเช้าแต่แรก จึงได้แต่นั่งหน้าบูดบึ้งอยู่อย่างนั้น ประจวบเหมาะกับประตูลิฟต์เปิดออก ซู่เป่าและคุณยายซูเดินเคียงข้างกันออกมาพอดี
ดวงตาของหานหานเปล่งประกายขึ้นทันที แต่ว่าเธอรีบตีหน้าตายทำเป็นไม่สนใจ หยิบซาลาเปาขึ้นมากัดคำโต
“พี่หานหานสวัสดีค่ะ พี่ชายสวัสดีค่ะ คุณลุงใหญ่สวัสดีค่ะ คุณตาสวัสดีค่ะ!” ซู่เป่าร้องทักเสียงใส
“ซู่เป่า…” คุณตาซูพยักหน้ารับในลำคอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ซูเหอเหวินและซูเหอเวิ่นหันขวับไปมองคุณปู่ของตัวเองทันที แม้แต่ซูอีเฉินยังต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
ไหนว่าเข้มงวดกับทุกคนเหมือนกันหมดไง?
“ซู่เป่า เก้าโมงแล้วนะ ต่อไปต้องตื่นให้เช้ากว่านี้หน่อย เข้าใจไหม?” ชายชรากระแอมไอแก้เก้อพร้อมกับมองนาฬิกาข้อมือ
คุณยายซูควบคุมรถเข็นเข้ามาใกล้พลางตักข้าวส่งให้ซู่เป่า แล้วตวัดสายตามองสามีตัวเองอย่างนึกรำคาญ “แต่เช้าตรู่จะมาปั้นห