ว่ามีใครไปแหย่ หรือตกอยู่ในอันตราย ถึงจะแผดเสียงร้องออกมา
ณ ห้องอาหารชั้นล่าง
ซูอีเฉิน ซูเหอเหวิน และซูเหอเวิ่น พ่อลูกทั้งสามคนกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากันอย่างพร้อมหน้า
คนหนึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตเพื่อจัดการเรื่องงาน อีกคนถือหนังสือพิมพ์อ่านข่าวเช้าอย่างตั้งใจ ส่วนคนสุดท้ายถือสมุดโจทย์คณิตศาสตร์พลางตักอาหารเข้าปากและขบคิดหาคำตอบไปพร้อมกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่ก้าวก่ายกัน
คุณซูวางถ้วยชาลงเสียงดัง ทำหน้าเคร่งขรึม “เวลากินข้าวก็ควรกินให้เต็มที่สิ ทำไมต้องทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันให้วุ่นวายขนาดนี้?”
ตั้งแต่ซู่เป่ากลับมา ตระกูลซูก็ไม่ได้จัดการประชุมเช้าอย่างเป็นทางการมานานแล้ว ปกติคุณผู้เฒ่าซูเป็นคนเจ้าระเบียบและเคร่งครัดมาก แทบไม่ยอมพูดเล่นกับใคร ทว่าพอเขาเอ่ยปากขึ้นมา ทุกคนในตระกูลต่างต้องรีบสำรวมตัวลงทันที
ซูอีเฉินวางแท็บเล็ตลง ส่วนซูเหอเวิ่นและซูเหอเวิ่นก็รีบพับเก็บสมุดและหนังสือพิมพ์ในมือ ทันใดนั้นเสียงฝีเท้า ตึง ตึง ตึง ก็ดังมาจากทางบันได ซูเหอเวิ่นคิดว่าเป็นซู่เป่าจึงรีบหันไปมองด้วยความตื่นเต้น
ทว่าคนทีกำลังลากรองเท้าแตะวิ่งลงมากลับเป็นหานหาน
เด็กสาวมองไปรอบ ๆ ห้องอาหารด้วยแววตาหงุดหงิดพลางถามเสียงขุ่น “ซู่เป่าอยู่ไหน?”
หานหานแอบโมโหอยู่ในใจ
นี่เธอมาไม่ทันอีกแล้วหรือ? เมื่อวานทั้งวันก็แทบไม่ได้เห็นหน้ายัยเด็กนั่น วันนี้ตั้งใจจะตื่นมาดูแต่เช้ากลับคลาดกันไปอีกแล้ว