“หือ? กางร่มทำไมครับ?” ถังเถียนเถียนงงเป็นไก่ตาแตก
แต่ในเมื่อคุณหนูน้อยสั่งมา เขาก็ต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ เจ้าเด็กคนนี้ช่างลึกลับเหลือเกิน! เชื่อไว้ก่อนคงไม่เสียหายอะไร แค่กางร่มคันเดียวคงไม่มีผีโผล่ออกมาหรอกมั้ง…
เขาให้คนหยิบร่มมาส่งให้ก่อนกางมันขึ้นแล้วเริ่มเดินกลับไปยังบ้านของตนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ร่มคันนั้น มีวิญญาณดวงหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง เท้าลอยเหนือพื้นล่องลอยไปตามเขาอย่างน่าขนลุก…
“คุณหนูซู่เป่าครับ รบกวนด้วยจริง ๆ แม่ของผมไม่รู้ว่าเป็นอะไร หลังจากล้มพับไปครั้งนั้นก็ยังไม่ฟื้นคืนสติเลย” ถังเถียนเถียนยังคงชวนคุยต่อ “ก่อนหน้านี้เคยเข้า ICU ช่วยชีวิตมาแล้ว การผ่าตัดที่ควรทำผมก็ทุ่มเททำจนหมด ตอนนี้แม่ยังมีลมหายใจอยู่ แต่ไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเสียที”
จี้ฉางลอยอยู่ใกล้ ๆ กวาดตามองเนื้อหาในสมุดเล่มเล็กพลางเสริมว่า “คุณป้าตระกูลถังนี่ตามบัญชีหนังหมาควรจะตายไปแล้วนะ… จะยังมีลมหายใจอยู่ได้ยังไงกัน? ไม่ฟื้นขึ้นมาน่ะนับเป็นเรื่องปกติแล้ว”
ถ้าฟื้นขึ้นมาได้สิ ถึงจะเรียกว่าผีดิบของจริง
ระหว่างการสนทนา ถังเถียนเถียนก็พาซู่เป่าก้าวเข้าสู่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลถัง บ้านหลังนี้เป็นคฤหาสน์สามชั้นสุดหรู มีสวนดอกไม้กว้างขวางทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน เมื่อขึ้นไปยังชั้นสอง ทุกคนต่างมุ่งตรงไปยังห้องพักของคุณยายตระกูลถังทันที
ทันทีที่ประตูเปิดออก ซูอีเฉินและคนอื่น ๆ ต่างต้อ