คร่งเครียดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง “พวกคนที่มีไอคิวไม่พอใช้ มักจะพูดประโยคเดียวซ้ำ ๆ เมื่อตายไปแล้วสมองก็ไม่ได้ตามไปด้วย ดังนั้นดวงวิญญาณบางดวงจึงมักมีอาการตาลอย น้ำลายไหล และพูดจาวนเวียนเหมือนหุ่นยนต์ในจุดเกิดเหตุนั่นแหละ…”
ซู่เป่าพยักหน้าเข้าใจในทันที
จี้ฉางขมวดคิ้วจ้องมองสมุดเล่มเดิม พ่อของเจ้าตัวเล็กนี่นามสกุลมู่จริงหรือ? ในเมืองหนานเฉิงไม่มีใคร นามสกุลมู่และดูมีความเกี่ยวข้องกับซู่เป่าเลยสักคน
เขาลองพลิกดูข้อมูลของมู่หมิงหยวน พบเพียงชื่อของเจ้าตัวและชื่อลูกชาย แต่ในช่องของหลานชายกลับระบุไว้ว่า ‘ไม่ทราบรายละเอียด’
อีกแล้วกับไอ้คำว่าไม่ทราบรายละเอียดบ้านี่!
จี้ฉางปรายตามองหญิงชราชุดกี่เพ้าด้วยความสงสัย
ผีหลงตัวเองคนนี้รู้เรื่องจริง ๆ
หรือแค่ได้ยินตากวนพูดแล้วเอามาพูดซ้ำตามสัญชาตญาณกันแน่?
“ซู่เป่า… พวกเขาไปกันหมดแล้วเหรอ?” ซูเหอเวิ่นซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กระซิบถามเสียงเบา
ก่อนหน้านี้เขาเห็นทั้งคุณยาย และคุณตากวนที่เพิ่งจากไป…
ซู่เป่าเงยหน้ามองพี่ชายแวบหนึ่งก่อนตอบ “เปล่าค่ะ ยังมีอีกคนอยู่ข้าง ๆ พี่นั่นไง”
ซูอีเฉินจูงมือซู่เป่าเดินนำออกไปข้างนอก ถังเถียนเถียนซึ่งกำลังจัดการเรื่องงานศพของคุณลุงกวนลอบมองซู่เป่าด้วยความแปลกใจ
เด็กคนนี้… เธอกำลังคุยกับใครอยู่กันแน่!?
ขณะที่เขากำลังคิดฟุ้งซ่าน ซู่เป่าก็หันขวับมามองด้วยใบหน้าซุกซน “คุณลุงถังคะ อีกสักพักตอนเดินกลับบ้าน อย่าลืมกางร่มด้วยนะคะ!”