่าพยักหน้าเข้าใจ
ซูเหอเวิ่นไม่อยากอธิบายอะไรให้มากความไปกว่านี้อีกแล้ว
จี้ฉางสะบัดมือเพียงนิด ศีรษะของวิญญาณผู้เย่อหยิ่งก็ลอยกลับมาต่อเข้ากับร่างตามเดิม เขาเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิพลางใช้มือเท้าคาง เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “เล่ามา ทำไมถึงตาย?”
“ไม่ต้องมาถามเสียให้ยาก ฉันไม่มีทางพูดเด็ดขาด” ปีศาจร้ายแค่นหัวเราะ
จี้ฉางไม่รอช้า ยกมือขึ้นตบศีรษะเธอจนหลุดกระเด็นออกไปอีกครั้ง ก่อนจะดึงทิพย์วิญญาณกลับมาเหมือนเล่นโยโย่ “ถามว่า… ทำไมถึงตาย?”
วิญญาณสาวเริ่มรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของเธอมึนงงไปหมด แม้ผีทั่วไป สามารถถอดหัวได้โดยไม่เป็นอะไร ทว่าการถูกจี้ฉางตบแบบนี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะจี้ฉางหาใช่ดวงวิญญาณระดับสามัญไม่!
“แก…!” วิญญาณสาวโกรธจนตัวสั่น
“โอ้ ยังไม่ยอมพูดอีกหรือ?” จี้ฉางตบหัวเธอออกไปอีกรอบ
นี่เขาเห็นหัวฉันเป็นของเล่นหรือไงกัน?
ซู่เป่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เบิกตากว้างจดจำภาพตรงหน้า…
ยัง… ยังทำแบบนี้ได้ด้วยหรือคะเนี่ย… ต้องรีบเรียนรู้ไว้เสียแล้ว
“ซู่เป่า มานี่สิ” จี้ฉางเอ่ยขึ้น
วิญญาณแสนจองหองพลันนึกถึงภาพที่เคยถูกซู่เป่าขว้างราวกับกระสอบทรายขึ้นมาได้ทันที เธอจึงรีบตะโกนห้าม “จะพูดแล้ว! จะเล่าเดี๋ยวนี้แหละ! ไม่ต้องขยับเข้ามานะ!”
สำหรับเธอแล้ว สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าจี้ฉาง ก็คือเด็กน้อยประหลาดที่ยังไม่หย่านมคนนี้แหละ…
เมื่ออยู่ต่อหน้าซู่เป่า เธอรู้สึกราวกับไร้เรี่ยวแรงโต้ตอบโดยสิ้นเชิง
ปีศาจจอมแสแสร้