งเม้มปากอย่างอึดอัดใจ ก่อนเริ่มเล่า “ฉันชื่อหลี่รั่วผิง เมื่อก่อนฉันเป็นลูกคุณหนูทายาทเศรษฐีที่ร่ำรวยมาก…”
“จริงหรือคะ?” ซู่เป่าแทรกขึ้นทันควัน
หลี่รั่วผิงอึกอักไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมเปลี่ยนคำพูด “ฉัน… ฉันทำงานหนักจนสร้างตัวจนรวย…”
ซู่เป่าและจี้ฉางจ้องมองเธอด้วยสายตาไม่เชื่อถืออย่างรุนแรง เด็กน้อยมีสัญชาตญาณพิเศษที่มองออกว่าผีตนนี้กำลังโป้ปด ส่วนจี้ฉางก็ได้แต่ทึ่งในความหลงตัวเองของเธอแม้กลายเป็นผีไปแล้วก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม
ในที่สุดหลี่รั่วผิงก็ยอมคายความจริงออกมา “ตอนมีชีวิต… ฉันทำงานอยู่ในโรงพิมพ์ค่ะ”
แท้จริงแล้ว หลี่รั่วผิงเป็นเพียงคนงานหญิงในโรงงานนรก ต้องคลุกคลีอยู่กับแท่นพิมพ์ทุกวัน ทว่าเธอยังพอมีโชคอยู่บ้าง คืนหนึ่งขณะทำงานล่วงเวลาจนดึก เธอได้พบกับลูกสาวเจ้าของโรงงานผู้ใจดีอาสาขับรถไปส่งเธอ ทั้งคู่จึงได้เริ่มต้นมิตรภาพที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้
“ความสัมพันธ์ของพวกเราดีขึ้นเรื่อย ๆ… เธอมักพาฉันกลับไปทานข้าวที่บ้านเสมอ”
หลี่รั่วผิงเลียริมฝีปากพลางเล่าต่อ “ตอนนั้นเองที่ฉันได้รู้ว่า เนื้อวัวรสเลิศแท้จริงเป็นอย่างไร เนื้อกุ้งสดใหม่ที่ทั้งแน่นและเด้งสู้ลิ้นมันเป็นแบบไหน…”
“ก่อนหน้านั้น ฉันหลงเข้าใจมาตลอดว่าข้างในตัวกุ้งมันต้องกลวงโบ๋ไปครึ่งหนึ่ง…”
จี้ฉางพอเดาออกว่ากุ้งที่เธอเคยกินก่อนหน้านี้คงเป็นกุ้งตายเริ่มเน่าเสีย เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายเนื้อจึงหลวมและส่งกลิ่นรุนแรง ซึ่งมักจะถูกนำ