ไปปรุงรสจัดจ้านตามแผงลอยข้างทางเพื่อกลบกลิ่น จนแทบเหลือแต่เปลือกไร้เนื้อ
“แล้วยังไงต่อคะ?” ซู่เป่าถามต่อด้วยความสนใจ
ซูเหอเวิ่นซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แม้มองไม่เห็นและไม่ได้ยินสิ่งใด ทว่าเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งนัก ตอนไม่อยากเจอผี ก็ดันเจอจนแทบเสียสติ แต่พอตอนนี้อยากรู้เรื่องราวการตายของผีตนนี้ขึ้นมา กลับต้องนั่งรอให้ซู่เป่าช่วยเป็นสื่อกลางให้เสียอย่างนั้น
“เพื่อนสนิทของฉันมักยกเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เธอเบื่อแล้วให้ฉันเสมอ ทั้งกระเป๋าและเครื่องประดับอีกมากมาย…” หลี่รั่วผิงเล่าต่อด้วยแววตาเพ้อฝัน
ในตอนแรกเธอมีความสุขมาก ถึงแม้เป็นของเหลือจากเพื่อน แต่มันคือสิ่งล้ำค่าที่คนอย่างเธอไม่มีปัญญาซื้อได้ตลอดทั้งชีวิต พ่อของเพื่อนเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดการโรงพิมพ์ธรรมดา ๆ ยังเป็นประธานบริษัทกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ซึ่งครอบครองโรงงานอีกนับไม่ถ้วน
“เพราะเธอ… ฉันจึงได้สัมผัสกับชีวิตที่แม้แต่ในฝันฉันก็ยังไม่กล้าคิดถึง”
กลางวันเธอเป็นคนงานในโรงพิมพ์ แต่หลังเลิกงานเธอจะไปเดินห้างกับเพื่อนสนิท คอยมองดูเพื่อนช้อปปิ้งข้าวของมูลค่ามหาศาลโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธออาศัยอยู่ใต้ร่มเงาความรวยนั้น คอยรับเอาสายตาอิจฉาจากคนรอบข้างจนหลงนึกไปว่าตัวเองก็เป็นคุณหนูผู้มั่งคั่งเช่นกัน
“ครั้งหนึ่ง ฉันไปเล่นที่บ้านเพื่อน… ผู้จัดการร้าน GUOLHJ ถึงกับขนเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ทั้งซีซันมาส่งให้ถึงบ้าน ให้เพื่อนฉันเลือก”
“วันนั้นเพ