ณกับคอของเสวี่ยเอ๋อร์เผยออกมาเล็กน้อย
ซู่เป่าเบิกตากว้าง
โอ้โห! มีรอยดูดพลังเต็มไปหมดเลยระหว่างเสวี่ยเอ๋อร์กับปีศาจตัวนั้น!
จี้ฉางลอยกลับมาพอดี เมื่อเห็นกระแสความริษยาพลุ่งพล่านอยู่รอบตัวของเสวี่ยเอ๋อร์ นึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งไปตรวจสอบมาเมื่อครู่ จึงหรี่ตาลงพลางกระซิบสั่ง “ซู่เป่า บอกครูไปสิว่าเธอก็ท่องได้เหมือนกัน”
“คุณครูคะ! ซู่เป่าก็ท่องได้ค่ะ!” ซู่เป่ารีบชูมือเล็ก ๆ ขึ้นสุดแขน
ครูประจำชั้นเผลอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนยิ้มรับ “งั้นซู่เป่าลองท่องดูสิ?”
ซู่เป่าลุกขึ้นยืน เงยหน้ากลมมนขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มท่อง “หญ้างามนกบินในเดือนสอง… แนวต้นหลิวริมฝั่งเมาหมอกวสันต์… เด็ก ๆ เลิกเรียนกลับบ้านแต่เนิ่น… รีบฉวยลมตะวันออกปล่อยว่าวกระดาษ…”
เจ้าตัวกลมที่ผูกผมจุกสองข้างส่ายหัวไปมาตามจังหวะบทกวี แม้บางคำออกเสียงไม่ชัดเจนนักเพราะความอู้อี้แบบเด็ก ๆ ไม่ได้เป๊ะทุกพยางค์เหมือนเสวี่ยเอ๋อร์
แต่ท่าทางนั้นกลับดูน่าเอ็นดูสุด ๆ !
เพื่อนร่วมชั้นต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่ง รู้สึกว่าซู่เป่าช่างเก่งกาจ น่ารักจนอยากเข้าไปกอด
ครูประจำชั้นมองดูภาพนั้นด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู เธอถามด้วยความแปลกใจ “ซู่เป่าเก่งจริง ๆ เลย ท่องได้หมดเลยเหรอจ๊ะเนี่ย! ปกติฝึกมาบ่อยล่ะสิ?”
“เปล่าค่ะ ซู่เป่าเพิ่งหัดเมื่อกี้เอง” ซู่เป่าส่ายหน้าหวืดพลางตอบซื่อ ๆ
ความจริงคือ ตอนที่ครูสอนอ่านรอบแรก หลังจากท่องเพียงครั้งเดียว ซ