วี่ยเอ๋อร์ ดูดพลังจากต้นคอ…เหมือนดูดชานมไข่มุกเลยค่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำปนจริงจังของเด็กน้อย กับคำเปรียบเทียบชวนขนลุกนั้นช่างพิลึกกึกกือสิ้นดี
ซูเหอเวิ่นเผลอนึกภาพตาม… ภาพปีศาจกำลังดูดพลังจากคอคนเหมือนดูดชานม
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ ๆ ซูเหอเวิ่นก็รู้สึกถึงลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน จนลำคอของเขาเย็นวาบไปหมด เขาเอามือกุมต้นคอตัวเองไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ท่าทางเคร่งเครียดจนออกนอกหน้า
“งั้น… งั้นปีศาจร้ายพวกนั้นมันออกมาเดินเพ่นพ่านตอนกลางวันแสก ๆ ได้ด้วยเหรอ?”
“อืม… โลกนี้มีผีอยู่สามประเภทค่ะ” ซู่เป่าพยักหน้ายืนยัน
“แบบคุณป้าหน้าตาน่ากลัวเมื่อวาน เรียกว่าวิญญาณเร่ร่อน ตายผิดธรรมชาติ ไปเกิดใหม่ไม่ได้ เลยลอยไปลอยมา…” เธอนับนิ้วอธิบาย
ซูเหอเวิ่นนึกถึงผีผู้หญิงที่ทำให้เขาตกใจจนแทบอึราด สีหน้าของเขาเริ่มซีดลงเรื่อย ๆ
“ประเภทต่อมาคือวิญญาณร้าย คือคนตายอย่างทรมานสุด ๆ จนกลายเป็นผีเฮี้ยน พวกนี้จะชอบโผล่มาแบบกะทันหันให้คนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซูเหอเวิ่นซีดเผือดลงไปอีกระดับ
“และอย่างสุดท้าย เรียกว่า ‘ปีศาจชั่วร้าย’ พวกนี้ดุมาก กินคนเป็นว่าเล่น! วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณร้ายทั่วไปมักจะออกมาตอนกลางวันไม่ได้ แต่มันทำได้นะ! เพราะมันแข็งแกร่งมากเลยล่ะค่ะ!”
เด็กชายรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลังจนไหล่ทั้งสองข้างหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามแค่นเสียงหัวเราะเยาะเพื่อรักษาม