บทที่ 69 ความเย่อหยิ่ง
น้ำลายใส ๆ หยดแหมะลงบนแขนเสื้อของซูเหอเวิ่น เขาทำหน้ารังเกียจสุดเต็มที พลางบ่นอุบ “ไม่ต้องขอบคุณแล้ว รีบกินเข้าไปเถอะ”
เด็กชายหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปากให้น้องสาวอย่างรวดเร็ว แม้ท่าทางดูรำคาญใจเต็มที แต่เขาก็ยอมทำให้โดยดี
นี่ไม่ใช่เพราะเขาตามใจเธอหรอกนะ ถ้าคนอื่นมาเห็นว่าน้องสาวเขามีน้ำลายไหลยืดแบบนี้… เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน!
ซู่เป่าจัดการอาหารตรงหน้าจนเกิดเสียง “ง่ำ ๆ อู้อู่”
ซูเหอเวิ่นไม่รู้ตัวเลยว่าตอนไหนที่เขาเริ่มสวมวิญญาณพนักงานบริการคอยลวกเนื้อ ปอกเปลือกกุ้ง และคีบอาหารส่งให้เด็กน้อยไม่หยุด ส่วนตัวเองนั้นแทบไม่ได้แตะอาหารสักคำ
ซู่เป่าเคี้ยวตุ่ยจนแก้มป่อง เอ่ยเสียงอู้อี้ “พี่… กินด้วยกันสิคะ…”
“กินของเธอไปเถอะ ไม่ต้องมาห่วงฉัน รีบกินเข้า เดี๋ยวคาบที่สี่จะเป็นวิชาภาษาจีนแล้ว” ซูเหอเวิ่นตอบอย่างไม่สบอารมณ์
“อื้อ ๆ !” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
ทว่าในใจเด็กน้อยแอบสงสัย…
พี่เหอเวิ่นไม่ใช่ว่าไม่ชอบวิชาภาษาหรอกเหรอ?
เธอจำได้ว่าพี่ชายชอบตัวเลขแปลก ๆ และชอบนั่งคำนวณสูตรยาก ๆ ลงในสมุดมากกว่าแท้ ๆ
ในขณะที่ทางนั้นกำลังอิ่มหนำสำราญ…
อีกด้านหนึ่งในห้องเรียน เมื่อไม่มีซู่เป่าและจี้ฉางคอยกดดัน ปีศาจเสแสร้งก็เริ่มแผลงฤทธิ์ เสวี่ยเอ๋อร์ที่เคยนั่งหลังตรงกลับรู้สึกราวกับแบกภูเขาลูกหนึ่งไว้บนหลัง จนเหนื่อยหอบ
จังหวะนั้นเอง เธอรู้สึกว่าขาเก้าอี้ถูกสะกิดจึงหันไปมอง เพื่อน