พลางตอบเสียงอู้อี้
“เป็นเพราะยัยครูหวังนั่นต่างหาก ที่ไล่พวกเราออกมา” ซูเหอเวิ่นกลับแค่นเสียงเหอะ
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปง่าย ๆ เมื่อเจอครูประจำชั้นแล้ว ซูเหอเวิ่นจึงแจ้งความประสงค์ทันที ว่าต้องการโทรศัพท์หาคุณพ่อ เพื่อให้มารับเขากับน้องสาวกลับบ้าน
เขามองไปยังอาคารเรียนตรงหน้า พลันนึกถึงคำพูดของซู่เป่า ว่ามีวิญญาณชั่วร้ายเกาะอยู่บนหัวของเสวี่ยเอ๋อร์… ใจจริงเขาก็ไม่อยากก้าวเท้าขึ้นไปบนนั้นอีกแล้ว
เมื่อได้ยินว่าซูเหอเวิ่นต้องการติดต่อซูอีเฉิน ครูประจำชั้นและครูอีกคนก็สบตากันอย่างลำบากใจก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เหอเวิ่นจ๊ะ พาน้องสาวขึ้นไปเรียนก่อนเถอะนะลูก”
ซูเหอเวิ่นเม้มริมฝีปากแน่น ไม่มีใครรู้หรอกว่าหนุ่มน้อยสายวิทย์ผู้นี้แท้จริงแล้วกลัวผีขึ้นสมอง ทว่าซู่เป่ากลับจูงมือเขาไว้พลางทำตัวว่าง่าย “ได้ค่ะคุณครู ซู่เป่าจะไปเรียนกับพี่ชายค่ะ”
คำสั่งของครูต้องเชื่อฟัง… เหมือนคุณยายเคยบอกไว้เสมอว่าต้องเป็นเด็กดี
ซูเหอเวิ่นจำต้องเดินตามแรงจูงของน้องสาวไปด้วยความไม่เต็มใจ
เขาไม่มีทางเลือกนี่นา! ถ้าไม่ขึ้นไป มีหวังได้โดนยัยเด็กนี่หัวเราะเยาะเอาแน่ว่าเขาปอดแหกกลัวผี…
คำโม้ที่เคยพ่นไว้ว่าไม่กลัวยังไงก็ต้องสู้ต่อ แม้ในใจจะฝืนแค่ไหนก็ตาม
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องเรียน ซูเหอเวิ่นก็เผลอมองไปทางเสวี่ยเอ๋อร์ตามสัญชาตญาณ
พอดีกับเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมาพอดี เมื่อเห็นเขามองมา เ