มทะนงตัวของเธอ และกัดกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจนเหือดแห้ง เธอจึงไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจที่ทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่น
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้น เสวี่ยเอ๋อร์กลับได้รับความพึงพอใจบางอย่าง รอยยิ้มบนมุมปากของเธอเริ่มดูบิดเบี้ยวและประหลาดขึ้นทุกที…
ในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งหมดคาบก็ดังขึ้น แต่อาจารย์หวังยังคงสอนลากยาวเลยเวลาไปอีกเกือบสิบนาที ก่อนเดินเชิดหน้าออกไปจากห้องด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกระทบพื้นอย่างมั่นใจ
เพื่อนร่วมชั้นตัวน้อยรอบข้างต่างพากันกรูเข้ามาล้อมโต๊ะเสวี่ยเอ๋อร์ทันที
“เอ๊ะ! เสวี่ยเอ๋อร์ หลิวจื่อซินแอบชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!”
“ฮ่าๆๆ ดูสารรูปหลิวจื่อซินสิ หน้าตาก็ไม่ได้หล่อเลยสักนิด ช่างเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์จริง ๆ”
“จะว่าไป มีคนแอบชอบเสวี่ยเอ๋อร์ตั้งเยอะแน่ะ! จดหมายรักในลิ้นชักของเธอคงล้นออกมาแล้วใช่ไหมล่ะ!”
เสวี่ยเอ๋อร์แสร้งทำเป็นเอียงอายพลางปฏิเสธเบา ๆ “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกจ้ะ” เธอกลับปล่อยให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนล้วงเอาปึกจดหมายรักในลิ้นชักออกมาทั้งหมดอย่างง่ายดาย
จดหมายรักเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเพียงกระดาษโน้ตใบเล็ก ๆ สมุนทั้งสองของเสวี่ยเอ๋อร์ต่างหัวเราะคิกคักพลางหยิบขึ้นมาอ่านสนุกปาก
ระเบียงทางเดินด้านนอก พวกเด็กผู้ชายกำลังรุมล้อมหลิวจื่อซินและล้อเลียนเขาไม่เลิก หลิวจื่อซินเอาแต่ก้มหน้านิ่ง สีหน้าย่ำแย่
เด็กอ้วนแอบเกาะขอบหน้าต่างส่งเสียงเชียร