ษโน้ตมาให้หนูค่ะ!”
“ยังมีคนกล้าส่งโน้ตในคาบฉันอีกเหรอ!” ครูหวังตบหนังสือเรียนดัง ปัง!
เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งโดนซูเหอเวิ่นหักหน้าจนแทบกระอักเลือด พอมีเหยื่อมาติดกับดักในจังหวะนี้พอดี เธอจึงพร้อมระบายอารมณ์ใส่ทันที
เสวี่ยเอ๋อร์คลี่กระดาษออกแล้วอ่านเสียงดังฟังชัด “หลิวจื่อซินบอกว่า: เสวี่ยเอ๋อร์ ฉันมีเรื่องจะบอก… I LOVE YOU…”
เธออ่านทุกตัวอักษรโดยไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว เมื่ออ่านจบก็เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจราวกับนกยูงที่กำลังรำแพนหาง
ทั้งชั้นเรียนระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ต่างพากันโห่แซวหลิวจื่อซินไปทั่ว เด็กอ้วนที่ชอบเรื่องสนุกรีบบีบจมูกเลียนแบบเสียงแหลม ๆ ว่า “เพราะ I LOVE YOU คือร้าก… ไม่ใช่แค่ชอบนะจ๊ะ!” เพื่อน ๆ ยิ่งหัวเราะเยาะเสียงดังกว่าเดิม
“หลิวจื่อซิน ออกไปยืนข้างนอก! แล้วพรุ่งนี้พาผู้ปกครองมาพบฉันด้วย!” ครูหวังแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
“เด็กอายุแค่นี้ริอาจมีความรัก? นักเรียนแบบนายฉันเจอมาเยอะ โตไปก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ ถ้าไม่กลายเป็นคนเลว ก็เป็นพวกไร้ค่า!” ครูหวังพ่นวาจาร้ายกาจ ระบายความโกรธแค้นในใจออกมาไม่ยั้ง
หลิวจื่อซินหน้าซีดเผือด เขาตวัดสายตามองเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยความเคียดแค้นครั้งหนึ่ง ก่อนเดินออกไปโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมอยู่ในหู ได้กลายเป็นเงามืดฝังรากลึกอยู่ในใจของเด็กชายไปเสียแล้ว
ทว่าเสวี่ยเอ๋อร์กลับไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
ปีศาจเสแสร้งกระตุ้นควา