ก็รีบกรูเข้าไปยังโต๊ะของซู่เป่า สายตาทุกคู่จดจ้องไปยังเต่าเฒ่าบนโต๊ะอย่างสงสัย
“ซู่เป่า ทำไมเธอต้องพกเต่ามาด้วยล่ะ แล้วทำไมปล่อยให้นอนหงายท้องแบบนั้นล่ะ?”
“ก็เพราะถ้าพลิกกลับมาท่าปกติ คุณตาเต่าก็จะวิ่งหนีออกไปทันทีเลยน่ะสิคะ” ซู่เป่าอธิบายเสียงใส
“เอ๊ะ แล้วนกแก้วตัวเล็กเมื่อกี้ล่ะหายไปไหนแล้ว?” ใครบางคนถามขึ้นอีก
ซู่เป่าย่อตัวลงหน้าโต๊ะเรียน ใบหน้าจิ้มลิ้มแนบชิดกับขอบลิ้นชักพลางแอบมองดูเสี่ยวอู่ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ข้างใน “เสี่ยวอู่อยู่ในนี้ค่ะ! เขาค่อนข้างกลัวคนแปลกหน้าน่ะ”
“แล้วต้องทำยังไงมันถึงจะไม่กลัวล่ะ?”
“มันกินขนมปังไหมจ๊ะ?”
“นกแก้วหัวลายเสือสีเขียวสดใสเชียว ได้ยินมาว่าพวกมันฉลาดมากเลยนะ!”
เด็ก ๆ ต่างพากันเลียนแบบท่าทางของซู่เป่า บางคนย่อตัวลง บางคนถึงขั้นนั่งคุกเข่าเพื่อเอาหัวน้อย ๆ มาเบียดกันดูนกแก้วในลิ้นชัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
เพียงชั่วพริบตา ซู่เป่าก็กลายเป็นขวัญใจของคนทั้งห้องไปเสียแล้ว ส่วนเสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าของโต๊ะข้าง ๆ กลับถูกเบียดกระเด็นออกไปอยู่วงนอก
เสวี่ยเอ๋อร์โกรธจนตัวสั่น
ก่อนหน้านี้ ตอนพักเบรก ทุกคนต้องมารุมล้อมโต๊ะเธอ คอยชวนเธอคุยสิ!
แต่ตอนนี้ทุกคนกลับวิ่งไปหาซู่เป่ากันหมด!
นอกจากเสวี่ยเอ๋อร์แล้ว คนที่เริ่มนั่งไม่ติดก็คือซูเหอเวิ่น
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ทั้งที่เดิมทีเขามองว่าซู่เป่าเป็นน้องสาวแสนน่ารำคาญ แต่พอเห็นเธอถูกคนอื่นห้อมล้อ