ม โดยไม่ยอมหันมาสนใจพี่ชายอย่างเขา ซูเหอเวิ่นกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกระลอก!
เขาปิดหนังสือดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ
เสวี่ยเอ๋อร์ได้ยินเสียงนั้นจึงเบนสายตามองไปทางเขา เธอรีบเดินเข้าไปหาซูเหอเวิ่นทันที
“พี่เหอเวิ่นคะ ดูเหมือนทุกคนจะชอบซู่เป่ามากเลยนะ… ซู่เป่าเองก็พูดเก่งจัง ไม่เหมือนเสวี่ยเอ๋อร์เลยค่ะ เสวี่ยเอ๋อร์น่ะพูดไม่เก่งเอาเสียเลย…”
เสวี่ยเอ๋อร์ลอบยิ้มในใจ ซูเหอเวิ่นเองก็คงไม่ชอบยัยเด็กนี่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?
เธอคาดหวังว่าเขาจะตอบกลับมาทำนองว่า เด็กแบบซู่เป่ามีอะไรน่าสนใจ? ฉันชอบเด็กเรียบร้อยแบบเธอมากกว่า
แต่เธอคิดผิดมหันต์ ซูเหอเวิ่นคือหนุ่มน้อยสายวิทย์ที่มีจิตใจแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้ามาตั้งแต่เด็ก เขาจึงกระชากหน้ากากความไม่จริงใจของเสวี่ยเอ๋อร์ออกอย่างไม่ไว้หน้า
“ทำอะไรของเธอน่ะ? เด็กอายุแค่นี้ก็เรียนรู้วิธีทำตัวเป็นดอกบัวขาวแล้วเหรอ? คิดจะมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอะไรต่อหน้าฉัน!”
เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับใบ้กิน
“พี่เหอเวิ่น… พี่… พี่พูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไงกันคะ…” ขอบตาของเธอเริ่มแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ไปให้พ้น!” ซูเหอเวิ่นตอกกลับด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
ซูเหอเวิ่นมองตามเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่เหมือนพี่ชายของเขา พี่ซูเหอเหวินนั้นเป็นพวกสายศิลป์อ่อนโยน ทว่าในสายตาของซูเหอเวิ่น ความสุภาพนั้นดูเสแสร้งสิ้นดี แน่นอนว่านี่คืออคติส่วนตัวที่เขามีต่อพวกสายศิลป์ผู้บอบบาง
ยามไปออกแคมป์ครั้ง