่ทันสังเกต ซู่เป่าก็รีบแกะกระดาษห่อออกแล้วยัดลูกอมเข้าปาก
หลังจากนั้นเธอก็กลับมานั่งตัวตรงแหน่ว มือน้อย ๆ วางบนเข่าเป็นระเบียบ แววตาจ้องตรงไปข้างหน้าไม่เหลียวซ้ายแลขวา ทำทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซืออี้หรานก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง เมื่อครู่ตอนซู่เป่ารีบคว้าลูกอมไป ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอได้สัมผัสโดนผิวเนื้อเขาเบา ๆ
ความรู้สึกนี้… เหมือนตอนเต่าที่บ้านกำลังใช้เล็บเกาอุ้งมือเขาก็ไม่ปาน
“อร่อยไหม?” เขาถามกระซิบ
“อร่อยมากเลยค่ะ! ชู่… ห้ามพูดดังไปนะ” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
หากลุงใหญ่รู้เข้า เธอคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสความหวานนี้อีกแน่
“เธอกลัวคุณลุงใหญ่เหรอ?” ซืออี้หรานยังคงนั่งท่าเดิมไม่ขยับเขยื้อน เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็อดถามไม่ได้
ซู่เป่ากำลังอมลูกอมจนแก้มตุ่ยพูดงึมงำ “ไม่ได้กลัวหรอกค่ะ… เพียงแต่ฟันของหนูเพิ่งผุไปซี่หนึ่งแล้ว คุณลุงใหญ่กับคุณยายเลยไม่ให้กินลูกอม”
“งั้นก็อย่ากินเลย” ซืออี้หรานได้ยินดังนั้นก็ชะงัก
หากรู้ว่าเธอถูกสั่งห้ามเพราะฟันผุ เขาก็คงไม่หยิบลูกอมติดมือมาให้เธอตั้งแต่แรก
“ของที่เข้าปากซู่เป่าแล้ว ไม่มีทางพ่นกระดูกออกมาหรอกนะ!” ซู่เป่ารีบยกมือน้อย ๆ ขึ้นปิดปากทันที
ซืออี้หรานหลุดกระตุกยิ้มมุมปาก ขณะเดียวกันก็แย้งว่า “เขาต้องพูดว่า ‘ไม่มีเหตุผลที่จะคายออกมา’ ต่างหาก”
พ่นกระดูกออกมาอะไรกัน…
“อืม ๆ! ของที่เข้าปากซู่เป่าแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะคายออกมาค่ะ! ลูกอมเม็ดนี้หวานม