ั่นหวั่นไหว จี้ฉางเห็นดังนั้นก็มุมปากกระตุก
ทว่าจี้ฉางกลับดูสงบนิ่งลงอย่างประหลาด เขาไม่เร่งซู่เป่าอีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าเมื่อ ‘ธูปปลิดวิญญาณ’ ไหม้จนหมดสิ้น คนก็ต้องตายอย่างแน่นอน
ซู่เป่าจ้องมองซืออี้หรานด้วยความกังวล หลังจากการก่อกวนนี้ ธูปบนหัวพี่ชายเหลือความยาวเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
“เขาเป็นคนหลอกลวง!” เด็กน้อยเริ่มโกรธจนตัวสั่นและตะโกนลั่น
ที่แท้ภัยพิบัติที่เต่าแก่เตือนไว้ ก็คือตาแก่ขี้โกงคนนี้นี่เอง!
“เธอจะไปรู้อะไร? หุบปากเดี๋ยวนี้!” คุณหญิงเฒ่าซือแยกเขี้ยวใส่
ท่านอาจารย์ผู้บรรลุธรรมเป็นเซียนยังช่วยไม่ได้ แล้วเด็กอย่างแกจะทำอะไรได้? คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าไปเทียบชั้นกับผู้รู้ธรรมะ!
“คำพูดลบหลู่ควรพูดให้น้อยลงเสียบ้าง! อาตมาทำพิธีเสร็จแล้ว ไม่เกินห้านาทีคุณชายน้อยก็จะตื่นขึ้นมา”
อาจารย์หยุนสำทับเสียงเย็นเขาสะบัดชายผ้าพาดแขน วางท่าทางราวนักบุญผู้สันโดษ
“พี่ชายไม่ตื่นหรอกค่ะ สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้ผลเลยสักนิด!” ซู่เป่าแย้งทันควัน
คุณนายซูผู้เฒ่าเห็นดังนั้นก็ไม่อยากให้หลานสาวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นอีก ซู่เป่าทำเต็มที่พอแล้ว
“ซู่เป่า เรากลับกันเถอะลูก! ปล่อยให้พวกเขาแก้ปัญหากันเอง”
น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาของซู่เป่า โลกของเด็กนั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก แม้เพียงสัตว์ตัวเล็ก ๆ ตายไปพวกเขาก็ยังโศกเศร้าเสียนาน ยอมรับการจากไปได้ยากยิ่ง แล้วนับประสาอะไรกับคนที่นอนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้
ซู่เป่ามอ