บทที่ 47 ทางรอดเพียงหนึ่งเดียวซือเยี่ยไม่เคยพบเด็กหญิงคนไหนเหมือนเด็กน้อยคนนี้มาก่อน เธอไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาแม้แต่นิดเดียว แถมยังส่งยิ้มกว้างให้อีกด้วย
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น… กลับทำให้เขารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
“สวัสดี” ซือเยี่ยดึงสติกลับมาพลางพยักหน้าตอบรับทักทาย เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนถามต่อ “เธอคือคนที่แบกอี้หรานออกมาใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ!” ซู่เป่าตอบรับเสียงใส
เด็กน้อยตัวกลมตรงเบื้องหน้ามีนวลหน้าแดงระเรื่อ แก้มยุ้ยน่าเอ็นดู ดวงตาโตใสกระจ่างเป็นประกาย เวลาพูดก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างตั้งใจ ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดู
ซือเยี่ยเผลอปรายสายตามองเธออีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
“ขอบคุณมากนะ ไว้ฉันจะพาอี้หรานมาขอบคุณด้วยตัวเองในภายหลัง” แม้เป็นเด็ก แต่เขาก็ยังคงรักษาสีหน้าเคร่งขรึมตามนิสัย ชายชุดดำหลายคนที่ตามมาทางด้านหลังรีบเข้าไปในเต็นท์ เพียงครู่เดียวก็อุ้มร่างหมดสติของเด็กชายออกมา
ซือเยี่ยพยักหน้าให้ซูอีเฉินก่อนเตรียมตัวเดินจากไป ทว่าซู่เป่ากลับมีท่าทางร้อนใจขึ้นมาทันที
“คุณลุงคะ คุณลุงไปไม่ได้นะ…”
ซู่เป่าอยากเอ่ยเตือน แต่จี้ฉางที่อยู่ข้างกายกลับรีบกำชับคำพูดบางอย่าง เธอจึงรีบพูดตาม
“อาการป่วยของพี่ชายไม่ธรรมดาเลย ถ้าพี่ชายไม่ยอมตื่นขึ้นมา คุณลุงต้องจำไว้ว่าต้องมาหาซู่เป่านะ!”
ซือเยี่ยพยักหน้าแกน ๆ อย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เก็บประโยคนี้มาใส่ใจเลยสักนิด
เด็กอายุแค่สี่ขวบ เขาจะไปตามหาเธอทำ