ไมกัน?
หากทีมแพทย์มือหนึ่งยังช่วยชีวิตอี้หรานไม่ได้ เด็กคนนี้ย่อมไม่มีทางช่วยอะไรได้อยู่แล้ว
ซือเยี่ยนำตัวซืออี้หรานจากไปในที่สุด
ซู่เป่ามองข้ามขบวนรถที่แล่นห่างออกไป วงหน้าจิ้มลิ้มยังคงเต็มไปด้วยความกังวลไว้ไม่มิด
“พอเถอะลูก พวกเรากลับกันเถอะ!” คุณยายเอ่ยชวน
เดิมทีเธอตั้งใจจะนอนค้างแรมที่อุทยานเพื่อชมดาว และสัมผัสน้ำค้างยามเช้าไปกับซู่เป่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใจของเธอกลับว้าวุ่น พาลให้นึกถึงเรื่องที่อี้หรานถูกลักพาตัว…
จึงตัดสินใจยกเลิกแผนการทันที
หลังจากปรึกษากัน สมาชิกตระกูลซูก็รีบเก็บข้าวของเดินทางกลับคฤหาสน์ในคืนนั้น
ซู่เป่าที่ทนความง่วงไม่ไหว คล้อยหลับไปบนรถเรียบร้อยแล้ว
ครอบครัวเสวี่ยเอ๋อร์
เมื่อเห็นทั้งตระกูลซู และตระกูลซือแยกย้ายกันไปหมดแล้ว พวกเขาก็รีบเก็บของกลับเช่นกัน
“เฮ้อ เมื่อกี้เห็นยัยเด็กซู่เป่านั่นไหม! คุณชายซือถึงกับยอมยิ้มให้เชียวนะ… ไม่รู้ไปเอาโชคลาภมาจากไหน ถึงได้บังเอิญไปเจอคุณชายน้อยตระกูลซืออยู่พอดี!” แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา
“นั่นสิ! ตระกูลซือไม่เหมือนตระกูลซูนะ ตระกูลซูยังมีลูกชายตั้งสามคน แต่ตระกูลซือมีเพียงซืออี้หรานคนเดียวที่เป็นทายาท…ในอนาคตใครที่ได้รับเลือกจากเขา คนนั้นแหละถึงจะเรียกว่าโชคดีของจริง” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์สำทับ
เสวี่ยเอ๋อร์ที่แสร้งหลับอยู่บนเบาะนิรภัย จดจำทุกคำพูดของพ่อแม่ไว้แน่น
ในใจของเธอรู้สึกริษยาไม่มีสิ้นสุด ไ