ม่เข้าใจว่าทำไมซู่เป่าถึงได้โชคดีตลอดเวลาแบบนี้!
ถ้าฉันเกิดในตระกูลซูบ้าง ฉันก็คงโชคดีแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ ฮึ่ม! ยัยเด็กนั่นมีอะไรดีนักหนา
*
เช้าวันต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลซู
ซู่เป่าหลับลึกมาก ในฝันเธอเห็น พี่ชายคนที่เธอแบกมาเสียอย่างนั้น
ในฝัน…ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาไร้อารมณ์จ้องมองเธอเขม็ง
ซู่เป่าสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
เธอวิ่งลงบันไดมาด้วยเท้าเปล่าพลางตะโกนเรียก “คุณยายคะ!”
“ซู่เป่า ตื่นแล้วเหรอลูก? ทำไมไม่ใส่รองเท้าล่ะ!” คุณนายซูเห็นดังนั้นก็รีบทัก
ตอนนี้ซูอีเฉินออกไปจัดการงานในบริษัทแล้ว ส่วนซูจื่อหลินและซูอิงเอ๋อร์ก็เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อสะสางเรื่องราวที่ยังค้างคาให้จบสิ้น
ภายในคฤหาสน์เงียบเชียบจนไม่รู้ว่าคนอื่นหายไปไหนกันหมด เหลือเพียงซูโล่วที่สวมชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูสบาย ๆ เขานั่งจิบกาแฟอย่างสุนทรีย์อยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทอง ก็ปรายมองไปยังเท้าเปลือยเปล่าเล็ก ๆ ของซู่เป่าที่วิ่งลงมา
“มานี่” น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่กลับทรงอำนาจ
“คุณลุงสี่ สวัสดีค่ะ” ซู่เป่าขานรับพลางเดินเข้าไปหา ก่อนจะถูกซูลั่วใช้มือช้อนตัวอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย แล้ววางลงบนเก้าอี้ข้างตัวเขาด้วยท่าทีที่ดูสุขุม
“คุณยายคะ พี่ชายคนเมื่อวานตื่นหรือยังคะ?” ซู่เป่าถามคุณยายด้วยความกังวล
“ยายยังไม่รู้เลยลูก… เดี๋ยวจะลองโทรไปถามดูนะ” คุณนายซูตอบ
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
ซ