ูโล่วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางดันกรอบขึ้น แล้วหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าตัวเล็ก สนใจคนอื่นขนาดนี้เชียวเหรอ?”
ชิ… สิ่งล้ำค่าที่คนในบ้านอุตส่าห์ตามกลับมาได้ ยังไม่ทันไรจะถูกเจ้าเด็กบ้านอื่นคาบไปเสียแล้วหรือ?
ซู่เป่าเงยมองคุณลุงสี่
คุณลุงสี่หล่อมากจริง ๆ ทว่าพอยิ้มขึ้นมาเธอกลับรู้สึกว่าดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจยังไงก็ไม่รู้!
“คุณลุงสี่คะ ช่วยชีวิตคนหนึ่งครั้ง ดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นนะคะ รู้ไหม?” เจ้าตัวเล็กเอ่ยเสียงนุ่มนวลพลางใช้สิ่งที่เพิ่งเรียนรู้มาสอนอาอย่างจริงจัง
เธอเป็นห่วงพี่ชายคนนั้นมาก เพราะความฝันนั่นดูไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย
ซูโล่วหลุดขำพรืด เขาหยิบเหยือกนมนั่งรินให้ซู่เป่าอย่างไม่ถือตัว จากนั้นก็เลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปพร้อมซาลาเปาไส้เนื้อมาให้
“กินข้าวสิ” เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ เป็นเชิงสั่ง
ซู่เป่าได้ยินเสียงท้องร้องประท้วงจึงรีบหยิบซาลาเปาลูกโตมากัดคำใหญ่
จังหวะนั้นคุณนายซูเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “ซู่เป่า เมื่อกี้ยายโทรไปถามมา… ทางนั้นบอกว่าอี้หรานยังไม่ฟื้นเลยลูก”
หญิงชราถอนหายใจยาว
ไม่ใช่แค่ไม่ฟื้น แต่สิ่งที่เธอได้ยินมาคือเมื่อเช้านี้เด็กชายหยุดหายใจไปชั่วขณะจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน…
*
ณ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ
ซือเยี่ยยืนตัวตรงนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าห้องฉุกเฉิน ภายในใจกลับร้อนรุ่มเป็นห่วงลูกชายเพียงคนเดียว
ข้างกายเขามี เวินหรูอวิ๋น แม่ของอี้หราน เธอนั่งไม่ติดที่ เดินไปมาอย่างกระวน