เอ๋อร์พึมพำ
“ดูเหมือนพวกเขากำลังอุ้มเด็กอยู่คนหนึ่งนะ” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์หรี่ตามอง
แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์อุทานด้วยความตกใจ ท่ามกลางความสลัวทำให้เธอมองไม่เห็นซู่เป่าที่นั่งอยู่บนรถเข็นกับคุณนายซูผู้เฒ่า จึงรีบเอ่ยถามด้วยความระแวง “คงไม่ใช่ว่าซู่เป่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ?”
หากเป็นเช่นนั้นจริง… ก็คงนับว่าเป็นกรรมตามสนองแล้ว
แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์พยายามสอดส่ายสายตามองไปทางนั้นพลางบอกว่า “ฉันจะเข้าไปดูเสียหน่อย”
“ยังก่อปัญหาไม่พออีกหรืออย่างไร? เดี๋ยวฉันไปดูเอง พวกเธอรออยู่ตรงนี้ก่อน” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์รีบขวางไว้
หากแก้วตาดวงใจของบ้านซูเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องเข้าไปแสดงความเสียใจเพื่อรักษามารยาท
เมื่อพ่อของเสวี่ยเอ๋อร์เดินแยกออกไปแล้ว เสวี่ยเอ๋อร์พยายามชะเง้อคอมองตาม แม้แต่แม่ของเธอยังมองไม่ชัด เธอก็ยิ่งมองไม่เห็นสิ่งใดเลย เมื่อนึกว่าอาจเป็นซู่เป่าที่กำลังลำบาก เธอกลับรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
ทว่าบนดวงหน้าจิ้มลิ้มกลับแสร้งแสดงอาการกระวนกระวาย
“คุณแม่คะ น้องซู่เป่าจะเป็นอะไรไหมคะ?”
“คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง…” แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์ตอบส่ง ๆ
รออยู่นานทีเดียวกว่าพ่อของเสวี่ยเอ๋อร์วิ่งกลับมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ไม่ใช่ซู่เป่า แต่เป็นเด็กผู้ชายคนอื่น! เสื้อผ้าที่เด็กคนนั้นสวมใส่เป็นของแบรนด์ Sdnchv เสียด้วย!” เขาลดเสียงต่ำบอกกับภรรยา
“Sdnchv อย่างนั้นหรือ? เด็กคนนั้นคงไม่ใช่…