กาจกว่าเจ็ดชั้น “ปุปุปุ” กันล่ะ?
คุณนายซูอดขำไม่ได้จึงรีบแก้ให้ “มันคือเจ็ดชั้น ‘พุทธบูชา’ จ้ะ ไม่ใช่เจ็ดชั้นปุปุปุ”
เจ้าตัวเล็กซู่เป่ารีบพูดตามทันที “เจ็ดชั้นพุทธบูชา”
เมื่อคุณยายสอนอย่างจริงจัง เด็กน้อยก็ตั้งใจเรียนรู้อย่างเต็มที่
ในที่สุด เจ้าตัวน้อยแสนน่ารักก็เข้าใจเสียทีว่ามันคือ “เจ็ดชั้นสวรรค์” ไม่ใช่ “เจ็ดชั้นปุปุปุ” เธอจึงตวัดสายตามองจี้ฉางด้วยความแง่งอน
เมื่อเห็นสีหน้าของอาจารย์ที่พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น เธอก็รู้ทันทีว่าตนเองถูกแกล้งเข้าให้แล้ว
ฮึ่ม! ท่านอาจารย์นี่นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย!
ขณะนั้นเอง ซูอี้เชินก็เอ่ยขึ้นว่า “เรียบร้อยแล้ว พาเขากลับไปที่พักก่อนเถอะ”
ซู่เป่ารีบถามด้วยความยากรู้อยากเห็น “พี่ชายฟื้นแล้วเหรอคะ?”
ซูอี้เชินอุ้มเด็กชายตัวน้อยขึ้นมาพลางตอบว่า “ยังหมดสติอยู่ แต่ลมหายใจและชีพจรกลับมาเป็นปกติแล้วล่ะ”
กลุ่มคนเริ่มออกเดินมุ่งหน้ากลับไปยังเต็นท์ที่พัก เพื่อรอให้รถตำรวจและรถพยาบาลมาถึง
ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้ ต่อให้ซูอี้เชินจะมีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เพียงใด ก็ไม่อาจตรวจเช็กอาการบาดเจ็บภายในที่อาจซ่อนเร้นอยู่ได้ทั้งหมด
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจนเกือบมืดสนิท ครอบครัวของเสวี่ยเอ๋อร์ที่พักอยู่ถัดออกไปเห็นสมาชิกตระกูลซูถือไฟฉายเดินล้อมกลุ่มคนซึ่งกำลังโอบอุ้มอะไรบางอย่างกลับมาด้วยท่าทางรีบร้อน ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นกันนะ…” แม่ของเสวี่ย