ยอยู่ข้างกายพลางทำท่าทางพึงพอใจยิ่งนัก
“ดูสิ เพิ่งจะสอนวิชาการแพทย์ให้เจ้าเมื่อเช้า ตอนนี้ก็มีเคสให้ฝึกปฏิบัติจริงเสียแล้ว” เขาเอ่ย “ดวงจิตทั้งสามและเจตภูตทั้งเจ็ดสูญเสียไปหนึ่งดวง กรณีเช่นนี้ถือเป็นตัวอย่างคลาสสิกมาก! เดี๋ยวอาจารย์จะสอนเจ้าเองว่าต้องช่วยอย่างไร”
“อื้อ ๆ ช่วยชีวิตคนหนึ่งคน เทียบเท่ากับสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นปุ ๆ ๆ”
เจ้าตัวเล็กซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก จี้ฉางถึงกับมุมปากกระตุก
มันคือเจ็ดชั้นพุทธบูชา (ฟูถู) ต่างหาก ไม่ใช่ปุ ๆ ๆ อะไรนั่น…
ทว่าเมื่อเห็นวงหน้าจิ้มลิ้มขมวดคิ้วจดจ่อ จี้ฉางกลับรู้สึกนึกสนุกจึงจงใจไม่แก้ไขคำพูดผิด ๆ นั้น
“หา? ปุ ๆ ๆ อะไรนะลูก?” หญิงชราที่ดูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับชะงักกึก
ซู่เป่าเองก็รู้สึกมึนงงยิ่งนัก ยามอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เธอไม่เคยได้ยินถ้อยคำประเภท ช่วยชีวิตคนหนึ่งคนเท่ากับการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น อะไรทำนองนี้มาก่อน
เด็กน้อยจึงสงสัยเหลือเกินว่า เหตุใดการช่วยคนถึงต้องไปเกี่ยวกับเจดีย์เจ็ดชั้น ปุปุปุ อะไรนั่นด้วย
“คุณยายคะ อะไรคือ ‘เท่ากับการสร้าง’ เหรอคะ?”
คุณนายซูผู้เฒ่าถึงกับไปไม่เป็นชั่วขณะ เธออึกอักก่อนตอบ
“มันมีความหมายว่า ‘เท่ากับ’ หรือ ‘ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด’ น่ะลูก”
เฮ้อ… คำศัพท์ทางศาสนานี่อธิบายให้เด็กเข้าใจยากจริง ๆ
ซู่เป่าฟังแล้วคล้ายจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง จึงเอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกาย
“แล้วอะไรคือเจ็ดชั้น ‘ปุปุปุ’ เหรอคะ?”
ทำไมการช่วยคนถึงดูเก่ง