นสาดใส่วงหน้าของเสวี่ยเอ๋อร์จนชุ่มโชก…
คำพูดของเสวี่ยเอ๋อร์ชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น!
“แบบนี้แหละค่ะที่เรียกว่าซู่เป่าจงใจทำ! ส่วนที่พี่ทำเมื่อกี้เขาเรียกว่าไม่ได้ตั้งใจ” ซู่เป่าเอ่ยอธิบายอย่างเป็นลำดับขั้นตอน “นี่คือความแตกต่างระหว่าง ‘ความจงใจ’ กับ ‘ความไม่ระมัดระวัง’ พี่แยกออกหรือยังคะ?”
ที่แท้เมื่อครู่ ซู่เป่าจดจำคำพูดของคุณนายซูผู้เฒ่าไว้ทุกลำดับประโยค เธอจึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดด้วยตัวเองสักหน่อย
อาจารย์จี้ฉางมักพร่ำสอนเสมอว่า การลงมือปฏิบัติจริงย่อมทำให้คนจดจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำทฤษฎี!
เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับยืนงงงวยทำอะไรไม่ถูก!
ตอนที่เธอแกล้งสาดน้ำใส่ตัวเองเมื่อครู่ น้ำเพียงแค่เปียกชายกระโปรงนิดเดียวเท่านั้น ยามนี้เสื้อตรงหน้าอกของเธอเปียกโชกจนแนบเนื้อ ไม่เคยมีใครกล้าป่าเถื่อนกับเธอถึงเพียงนี้มาก่อน!
“เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!” เสวี่ยเอ๋อร์แผดเสียงด้วยความโมโห
“หนูกำลังสอนพี่อยู่นี่ไงคะ!” ซู่เป่าถือชามว่างเปล่าไว้ในมือพลางกะพริบตาปริบ ๆ
สมาชิกตระกูลซูต่างพากันอึ้งไปตาม ๆ กัน เด็กน้อยตัวอวบอัดมีท่าทางจริงจัง ดวงตาคู่โตใสกระจ่างราวกระจกเงา เธอกำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายให้พี่สาวเข้าใจอย่างถี่ถ้วนว่าสิ่งใดคือ ความตั้งใจและสิ่งใดคือความบังเอิญ
ทุกคนต่างตกตะลึง แม้ว่าการกระทำนี้จะ… แต่ต้องยอมรับว่าซู่เป่าทำได้ยอดเยี่ยมและเจ็บแสบยิ่งนัก!
คุณนายซูระบายยิ้มออกมาบนวงหน้า