บทที่ 42 ท่านอาจารย์ สอนวิธีไม่ให้ถูกจับได้ไหม
จี้ฉางลอยอยู่ข้างกาย เขาปรายตามองตามสายตาของเด็กน้อยแวบหนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“ไปเถอะ ก็แค่ที่ตะหลิวอันเดียว ถึงเจ้าหน้าที่ไม่ริบไป มันก็เปื้อนดินจนสกปรกหมดแล้วล่ะ”
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่นอย่างจำนน…
พี่ตะหลิวจ๋า… หนูขอโทษนะ
หนูไม่ได้ตั้งใจทิ้งพี่ไว้ที่นี่เลย
เมื่อเห็นหน้าหมองเศร้าของเจ้าตัวเล็ก สมาชิกตระกูลซูต่างพากันคิดว่าเธอกำลังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรเสีย การจับกุมคนต่อหน้าเด็กย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจไม่น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้หานหานเองก็ถูกพาแยกออกไปอีกทางเพื่อไม่ให้เห็นภาพบาดตา
“ซู่เป่า… เป็นอะไรไปลูก?” คุณนายซูผู้เฒ่าโอบอุ้มหลานสาวไว้ด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คิดว่า…ของเก่าไม่ไป ของใหม่ก็ไม่มา” ซู่เป่าส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก
ซูจื่อหลินหลุดขำออกมาเบา ๆ
คงไม่มี คนใหม่ อีกแล้วล่ะ ชั่วชีวิตนี้เขาเข็ดขยาดจนไม่คิดจะหาใครมาแทนที่คนเก่าอย่างแน่นอน
ในที่สุดเรื่องราววุ่นวายก็จบสิ้นลง ซูจื่อหลินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก สัมผัสได้ถึงความเบาสบายใจอย่าง
“ไปกันเถอะซู่เป่า เดี๋ยวลุงรองพาหนูไปหาของอร่อยทานกัน”
กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายในป่าละเมาะซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เงาไม้กำลังสั่นไหวอย่างผิดปกติ มีเงาดำมืดเคลื่อนที่วับแวมอยู่บนยอดหญ้า ครั้นเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมา กลับปรากฏหน้าที่อาบชุ่มไปด้วยโลหิต…
มันยื่นมือที่ดำคล้ำอมม่วงตะครุบไปย