ังทิศทางที่ครอบครัวซูยืนอยู่ หลังมือนั้นเต็มไปด้วยรอยเลือดพาดตัดกันไปมาดูสยดสยอง…ราวกับทารกปีศาจก็ไม่ปาน
**
การตั้งแคมป์พร้อมหน้าพร้อมตาครั้งแรกของตระกูลซู คุณตาซูย่อมไม่อยากให้คนอย่างเหวยหว่านเพียงคนเดียวมาทำลายบรรยากาศจนย่อยยับลงไป
“ซู่เป่าอยากกินอะไรลูก? เดี๋ยวลุงสามจะทำให้” ซูเย่วเฟยถือจานพร้อมสวมผ้ากันเปื้อนพลางลูบศีรษะหลานสาวอย่างอ่อนโยน
ซู่เป่าได้กลิ่นหอมกรุ่นของบาร์บีคิวจนต้องพยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มุมปากกลับเริ่มมีประกายวาววับเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“กินอะไรก็ได้จริง ๆ เหรอคะ? บาร์บีคิวเนื้อก็กินได้ใช่ไหมคะ?” เธอเอ่ยถาม
“แน่นอนว่าได้สิลูก” ซูเย่วเฟยระบายยิ้ม
คุณนายซูผู้เฒ่าเพิ่งคุยกับซูจื่อหลินเสร็จก็เข็นรถเข็นเข้ามาขัดจังหวะ
“ให้กินได้แค่ไม้เดียวนะ! บาร์บีคิวพวกนี้มันร้อนใน กินมากไม่ดี”
“เข้าใจแล้วค่ะ…” หน้าจิ้มลิ้มของซู่เป่าเหี่ยวลงทันตาเห็น เธอทอดสายตามองเตาย่างด้านข้างอย่างอาลัยอาวรณ์
บนเตานั้นมีทั้งปีกไก่ย่าง ไส้กรอก กุ้งย่างซอสกระเทียมชุ่มฉ่ำ เนื้อวัวติดมัน เนื้อแกะย่าง และน่องไก่เหลืองกรอบ…
“ลาก่อนนะ น่องไก่ย่างจ๋า…” ซู่เป่าเอ่ยคำลาเมนูต่าง ๆ ด้วยความเศร้าสร้อย
“ลาก่อนนะ กุ้งย่างของหนู…”
“ลาก่อนนะหมูย่าง…”
ดวงหน้าเล็ก ๆ ที่ดูแสนรันทดนั้นทำให้คนมองทั้งขำทั้งเอ็นดูจนบอกไม่ถูก
ซูเย่วเฟยเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณแม่ครับ ให้แกกินหน่อยเถอะ ถ้าเกิดร้อนในขึ้นมาจริ