าซูตวาดเสียงกร้าว
ซูจื่อหลินเตรียมพุ่งตัวเข้าไปหา ทว่าเหวยหว่านกลับรวบตัวกอดหานหานไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธอคร่ำครวญทั้งน้ำตา
“ฉันยอมถอยให้ถึงขนาดนี้แล้ว พวกคุณยังจะเอาอะไรอีก! คิดบีบให้แม่ลูกอย่างเราตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหม!”
เส้นเลือดบนหลังมือของซูจื่อหลินปูดโปนขึ้นมา เสียงกระดูกนิ้วลั่นดังเปรี๊ยะตามแรงบีบหมัดที่แน่นขึง!
ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าก็แผดเสียงดังขึ้น เขาเหลือบมองเบอร์แปลกแวบหนึ่งก่อนกดรับสาย
“สวัสดีครับคุณซู นี่จากสถานีตำรวจ 110 นะครับ…”
ปลายสายเอ่ยบางอย่างที่ทำให้ซูจื่อหลินจ้องเขม็งไปยังเหวยหว่านด้วยสายตาเย็นเยือก ก่อนตอบกลับว่า
“งั้นพวกคุณรีบมาที่นี่เลย!”
หัวใจของเหวยหว่านกระตุกวูบ ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่ามหันตภัยกำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ!
“ปล่อยหานหานเดี๋ยวนี้!” ซูจื่อหลินสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น เหวยหว่านเหลือบมองไปทางริมทะเลสาบซึ่งอยู่ไกลออกไปชั่วครู่ ดวงตาของเธอพลันฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างน่าขนลุก!
ไม่ยอมให้เธอพาหานหานไปใช่ไหม?
จะบีบบังคับกันให้ถึงที่สุดใช่ไหม!
เหวยหว่านกอดหานหานไว้แน่นโดยไม่สนใจการดิ้นรนของเด็กน้อยพลางยันตัวลุกขึ้นยืน!
“พวกคุณบังคับฉันเองนะ…”
เบื้องหลังรถเข็นของคุณยายซู ซู่เป่าถือกระทะใบเล็กไว้ในมือ ดวงตาคู่กลมโตเต็มไปด้วยความระแวดระวังและสงสัย ก่อนหน้านี้ป้าสะใภ้รองมีเพียงไอสีดำปกคลุมใบหน้า แต่ยามนี้รอบกายกลับมีพลังงานสีดำชั่วร้ายพันธนาการอยู่ห