พ่อกับแม่ ลูกห้ามไปคลุกคลีด้วยเด็ดขาดรู้ไหม!”
“เดิมทีถ้าไม่มีซู่เป่า ลูกก็จะเป็นเจ้าหญิงเพียงคนเดียวของบ้านซู! จำป้าจิ่นอวี้ได้ไหม? เมื่อก่อนป้าเขาเป็นลูกสาวคนเดียว ทุกคนต่างรุมเอาใจ อยากได้อะไรปู่กับย่าก็ประเคนให้ทุกอย่าง!”
“แล้วก็ย่าของลูก! การไม่ให้ลูกกินข้าวคือการทารุณเด็ก! จำไว้ว่าโตขึ้นไม่ต้องไปกตัญญูกับย่า!”
“มีแต่แม่เท่านั้นที่รักลูกที่สุด! โตไปลูกต้องดีกับแม่คนเดียวเท่านั้น!”
เหวยหว่านเริ่มเป่าหูลูกสาวเพื่อบงการอีกครั้ง
หานหานตกใจกับน้ำเสียงอาฆาตมาดร้ายของเหวยหว่านจนร้องไห้สะอึกสะอื้น ทันใดนั้นข้อมืออีกข้างของเด็กน้อยก็ถูกคว้าไว้ ซูจื่อหลินผู้ไม่ถนัดเจรจาตัดสินใจเข้าชิงตัวลูกสาวกลับคืนมาโดยตรง
หานหานรู้สึกราวกับร่างของตนกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ เธอจึงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดขีด
“ปล่อยนะ! หานหานเจ็บ!” เหวยหว่านแผดเสียงใส่
แม้ปากร้องบอกเช่นนั้น แต่เธอกลับยื้อดึงร่างลูกสาวสุดแรงเกิด ตรงกันข้ามกับซูจื่อหลินที่เกรงว่าลูกจะบาดเจ็บจึงยอมคลายมือออกเสียเอง
แรงส่งจากการดึงทึ้งทำให้เหวยหว่านเสียหลักหงายหลังล้มตึงลงบนพื้นอย่างหมดสภาพ
ยามนี้พี่น้องตระกูลซูต่างพากันเดินเข้ามาล้อมวงไว้ ประมุขซูที่เข็นรถเข็นพาภรรยาตามมาถึงก็ขมวดคิ้วทอดมองเหวยหว่านด้วยความระอา
ไล่ตะเพิดไปแล้วแท้ ๆ ยังจะกล้าตามมาตอแยไม่เลิกราอีกหรือ?
“ยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบพาหานหานกลับมานี่!” คุณผู้เฒ่