านเอง บางครั้งยังปลอบไม่สำเร็จ แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นในตระกูลซู
“เชื่อแม่สิ! แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน มีหรือจะไม่รู้? แกอยู่เฉย ๆ รอดูเถอะ ไม่เกินสองวัน พวกเขาต้องมาวิงวอนให้แกกลับไปแน่นอน!”
เหวยหว่านยังตัดสินใจไม่เด็ดขาดนัก ก็เริ่มคล้อยตามว่าสิ่งที่แม่พูดนั้นมีเหตุผล
ยามที่หานหานแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ไม่มีใครจัดการได้จริง ๆ ตระกูลซูคงไม่ใจดำปล่อยให้หลานสาวร้องไห้ทุรนทุรายไปทั้งคืนหรอกใช่ไหม?
ต่อให้คืนนี้ร้องจนเหนื่อยแล้วหลับไป แล้ววันพรุ่งนี้ล่ะจะทำอย่างไร?
หานหานมีนิสัยฉุนเฉียวมากยามตื่นนอน เพียงแค่มีอะไรไม่ถูกใจแม้แต่นิดเดียว เธอก็อาละวาดขว้างปาสิ่งของจนพังพินาศ ซึ่งนอกจากเหวยหว่านแล้ว ก็ไม่มีใครเอาเธออยู่
แล้วยังมี ซูจื่อซี อีกคน
แม้จื่อซีจะดูเรียบร้อยกว่าหานหาน แต่ความจริงกลับรับมือยากยิ่งกว่า เขาติดเกม และห้ามใครเข้าไปยุ่มยามเด็ดขาด หากพูดจาไม่เข้าหู ก็จะปาโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโกรธทันที นิสัยดื้อรั้นยิ่งกว่าวัวเสียอีก
เหวยหว่านคิดทบทวนไปมาก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น
ในส่วนลึกของหัวใจเธอนั้นแอบมีความทะนงตัวและดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย อยากสั่งสอนให้คนในตระกูลซูได้เห็นดีเห็นร้ายบ้าง รอให้พวกเขารู้ซึ้งว่าบ้านนี้ขาดเธอไม่ได้เสียก่อน ถึงตอนนั้นดูซิว่าใครยังจะกล้าบีบให้ซูจื่อหลินหย่ากับเธออีก!
ค่ำคืนนี้เมื่อไม่มีแม่อยู่ข้างกาย หานหานก็ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำจริง ๆ
ทว่าพอนึกถึงถังใบยักษ์ที่ร้องไห้เ