ท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็มขึ้นมา เธอก็ไม่กล้าแผดเสียงอาละวาดโวยวายเหมือนเคย แม่บ้านอู๋เห็นแล้วรู้สึกเวทนา ก็ถอนหายใจยาวพลางปลอบโยน
“คุณหนูคะ รีบนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ตื่นมาทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
หานหานมุดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม ทำปากยื่นน้ำตาคลอเบ้า…
“ออกไปนะ! ฉันไม่ต้องการเธอ!” เด็กน้อยตะโกนขับไล่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“คุณหนูคะ…” แม่บ้านอู๋พยายามรั้งอยู่ต่อ
แต่หานหานกลับคว้าหมอนขึ้นมาแล้วปาใส่หน้าแม่บ้านอู๋เต็มแรง “ไปให้พ้นเลยนะ!”
เธอไม่ต้องการใครทั้งนั้นนอกจากแม่ของเธอ! แม้หานหานจะไม่กล้าร้องไห้โวยวายเสียงดังอีก แต่เจ้ากิริยาเอาแต่ใจกลับยังอยู่ครบถ้วน เธอออกแรงกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์
แม่บ้านอู๋จำใจต้องล่าถอยออกมาพลางทิ้งท้ายว่า “ถ้าคุณหนูต้องการอะไรก็กดกริ่งเรียกนะคะ”
เมื่อก้าวพ้นประตูห้องมา เธอก็พบคุณนายซูยืนรออยู่ข้างนอก โดยมีซู่เป่าที่อยู่ในชุดนอนลายการ์ตูนยืนเคียงข้าง
“ยัยหนูยังอาละวาดอยู่อีกเหรอ?” คุณนายซูเอ่ยถาม
“ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ คุณนายอย่าโกรธเลยนะคะ แกยังเด็กนัก…” แม่บ้านอู๋ตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ก็เพราะยังเด็กน่ะสิถึงต้องคุมให้อยู่” คุณนายซูแค่นเสียงเหยียด
“ถ้าไม่ขัดเกลาเสียแต่ตอนนี้ จะหวังให้โตไปแล้วรู้จักกาลเทศะเองน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ”
ซู่เป่าที่ยืนอุ้มตุ๊กตากระต่ายเน่าฟังอยู่นานก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปเคาะประตูห้องพี่สาว เด็กน้อยทำสีหน้าจริงจัง พลางร้องเรียกด้วยเ