ปใกล้ เธอเขย่งเท้าขึ้นสุดตัวเพื่อเอื้อมมือไปลูบศีรษะคุณยายเบา ๆ
“คุณยายไม่ต้องกังวลนะคะ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่นอนค่ะ!”
เจ้าตัวน้อยทำหน้าขรึมจริงจัง น้ำเสียงใสหวานแฝงไปด้วยความห่วงใย แม้ต้องเขย่งปลายเท้าจนตัวโยนแต่เธอก็พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อปลอบประโลมคนแก่ คุณนายซูเห็นดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ความเศร้าหมองที่เกาะกุมในใจพลันมลายหายไป
**
ภายในห้องนอนของซู่เป่า
“มานี่เจ้าหนู! วันนี้อาจารย์จะสอนเวทมนตร์ให้เธอรู้จัก…เธอเคยเห็นไหม เวทมนตร์ที่สามารถขว้างลูกไฟออกไปพร้อมเสียง ‘วูบ’ ใหญ่ ๆ น่ะ!” จี้ฉางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ซู่เป่าทำหน้าสงสัยพลางมองอาจารย์ตาแป๋ว
“อาจารย์คะ ถึงหนูจะยังเด็ก แต่อาจารย์อย่าหลอกเด็กสิคะ”
คนเราจะสามารถขว้างลูกไฟออกมาจากมือเปล่าได้ยังไงกัน?
ซู่เป่าไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ ปีนี้เธอสี่ขวบแล้ว เธอเข้าใจอะไรต่อมิอะไรตั้งเยอะแยะ!
“ไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ…ก็ไม่แปลกหรอก การเปิดตาทิพย์น่ะยังพอว่า เพราะมีพวกที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิดอยู่บ้าง” เมื่อเห็นลูกศิษย์ตัวน้อยทำท่าไม่เชื่อ จี้ฉางก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก
“แต่เวทมนตร์นั้นต่างออกไป มันคือการนำทฤษฎีมาปฏิบัติจริง นักพรตบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตยังไม่อาจเสกประกายไฟออกมาได้สักนิด ทำได้เพียงใช้คาถาจุดไฟเล็ก ๆ เท่านั้น เธอไม่เชื่อจึงไม่ใช่เรื่องแปลก”
จี้ฉางแสร้งถอนหายใจ
“เฮ้อ… ดูท่าเจ้าตัวน้อยแบบเธอ ก็คงไม่มีปัญญาทำได้