เหมือนกันสินะ!”
“อาจารย์กำลังยั่วยุหนูอยู่ใช่ไหม? วางใจเถอะค่ะ ซู่เป่าไม่หลงกลง่าย ๆ หรอกนะ” ซู่เป่าขมวดคิ้วพลางจ้องจับผิด
เขาถึงกับหมดแรงไปชั่วขณะ เด็กคนนี้เพิ่งจะสี่ขวบเองนะ ทำไมถึงรับมือยากเย็นขนาดนี้!
“งั้นอาจารย์ช่วยเสกให้ดูหน่อยสิคะ ถ้าทำได้หนูถึงจะเชื่อ” ซู่เป่ายังคงจ้องเขาตาไม่กะพริบ จี้ฉางกระตุกมุมปากอีกรอบ
“แม้ว่าอาจารย์ของเธอจะเก่งกาจเพียงใด แต่ตอนนี้ก็เป็นแค่ผี…” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงึกพลางทำท่าเข้าใจ
“อ๋อ! สรุปก็คือ… อาจารย์เองก็ทำไม่ได้นั่นแหละ” จี้ฉางรีบยกมือลูบหน้าผากทันควัน
“เฮ้ เฮ้ พูดอะไรของเธอน่ะ? ใครบอกว่าอาจารย์ทำไม่ได้!”
เขาถลึงตาใส่ยัยหนูจอมย้อน “ที่อาจารย์ไม่โชว์ให้ดู ก็เพราะกลัวเธอจะตกใจจนช็อกน่ะสิ พลังเวทของอาจารย์น่ะรุนแรงนัก เดี๋ยวจะเผาผมเธอจนเกลี้ยง กลายเป็นเด็กหัวล้านขึ้นมาจะทำยังไง”
“แต่ว่า…” ซู่เป่าพยายามจะโต้แย้ง
“พอ ๆ! เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าถามมาก!” จี้ฉางตัดบทพลางร่ายคาถายาวเหยียดด้วยความเร็วแสง “เอ้า… ท่องตามข้านะ บลา ๆ ๆ …เรียนรู้หรือยัง?”
“?”
อาจารย์คะ… พูดให้ช้ากว่านี้สักนิดได้ไหม…
*
อีกด้านหนึ่ง หานหานกำลังซุกตัวกอดผ้าห่ม แอบสะอื้นไห้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ
ถึงแม้เหตุการณ์เมื่อช่วงบ่าย ทำให้เธอหวาดกลัวจนไม่กล้าแผลงฤทธิ์ แต่พอต้องอยู่ลำพัง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ในขณะที่น้ำตาเริ่มรินไหล เธอเผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตามสัญชาตญาณ พอนึ