ราะเหวยหว่านรู้ดีว่าการบังคับเช่นนี้ จะทำให้หานหานอาละวาดหนักแน่นอน
และเมื่อหานหานร้องไห้งอแงจนวุ่นวาย คุณนายซูและคนอื่น ๆ จะไม่มีเวลามาสนใจเรื่องที่จะไล่เธอออกไป
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน หานหานไม่ยอมทำตาม และเริ่มร้องห่มร้องไห้โวยวายทันที…
ยามนี้เหวยหว่านจึงสวมบทแม่พระ ปลอบโยนลูกสาวอย่างไร้ขอบเขตอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรนะลูก ไม่ร้องนะ หานหานคนเก่งของแม่หยุดร้องเถอะนะคนดี”
ยิ่งปลอบ หานหานยิ่งแผดเสียงร้องหนักกว่าเดิม ในตอนนั้นเอง เธอเหลือบเห็นคุณนายซูเดินออกมา
คุณนายซูมองหลานสาวด้วยสายตาเย็นชา อาจเป็นเพราะเธอยังกรุ่นโกรธเรื่องก่อนหน้า หรืออาจเพราะระอาที่หานหานมักใช้การร้องไห้หัวฟัดหัวเหวี่ยง มาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาอยู่เสมอจนน่ารำคาญ
คุณนายซูจึงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ถ้าอยากจะร้องนัก ก็ยืนร้องอยู่ตรงนั้นแหละ! แม่บ้านอู๋ ไปเอาถังมาใบหนึ่ง! ให้แกร้องให้เต็มที่ ถ้าน้ำตาไม่เต็มถังห้ามหยุดเด็ดขาด!”
หานหานตกใจจนตัวสั่นเทา ความหวาดกลัวเริ่มจู่โจมจนไม่กล้าร้องต่อ แต่พอได้ยินเสียงแม่ของตัวเองแผดขึ้นมาทันควัน
“คุณแม่! ทำอะไรคะ! ทำแบบนี้หานหานตกใจหมดแล้ว!”
เหวยหว่านแผดเสียงใส่แม่สามีพลางดึงตัวลูกสาวมาหลบข้างหลัง หานหานจึงแผดร้องออกมาอีกระลอก คราวนี้ทั้งกรีดร้องแหลมสูง และกระทืบเท้าอาละวาด
คุณนายซูยังคงนิ่งสงบอย่างไร้ความเมตตา วันนี้ต่อให้คนทั้งโลกจะประณามว่าเธอเข้ามาก้าวก่ายเรื่องภายในครอบคร