ตูเดินออกมา ใบหน้าที่เคยเมตตาพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“เหวยหว่านล่ะ?” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ
“คุณนายรองเพิ่งออกไปรับคุณหนูกับคุณชายน้อยกลับมาแล้วค่ะ” คำตอบของแม่บ้านอู๋กลับทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว ขณะที่คุณนายซูกำลังกล่อมซู่เป่า จนหลับสนิท เธอจึงแอบปลีกตัวออกมาด้านนอก…
“เตรียมของไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” คุณนายซูเอ่ยถามเสียงเรียบ
แม่บ้านอู๋พยักหน้าพลางตอบ “หลังจากคุณนายรองออกไป ฉันจัดการเก็บข้าวของให้ทันทีค่ะ ทุกอย่างรวมอยู่ที่นี่แล้ว…”
คุณนายซูตั้งใจสั่งให้โยนสัมภาระของเหวยหว่านทิ้งไปเสียให้พ้นตา แต่ทว่ากลับได้ยินเสียงร้องไห้อาละวาดของหานหานดังลั่นมาจากนอกคฤหาสน์
“ไม่เอา! หนูไม่ยอม! ฮือออ…”
ไม่รู้ว่าใครไปขัดใจอะไรเข้าอีก เด็กน้อยยังไม่ทันก้าวเข้าประตูบ้านก็เริ่มแผลงฤทธิ์เสียแล้ว
ครู่ต่อมา ซูจื่อซีวิ่งพรวดเข้ามาพลางบ่นพึมพำด้วยความรำคาญ “น่าเบื่อชะมัด! น่ารำคาญที่สุดเลย!”
เมื่อเห็นคุณนายซูเข้าจึงรีบเอ่ยทัก “สวัสดีครับคุณย่า” อย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งกลับเข้าห้องและปิดประตูดัง
ปัง!
คุณนายซูสั่งให้แม่บ้านช่วยเข็นรถเข็นออกไปที่หน้าบ้าน ภาพที่เห็นคือเหวยหว่านกำลังกอดปลอบหานหานอยู่ แท้จริงแล้วระหว่างทางกลับบ้าน เธอยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เธอเกรงว่าคุณนายซูจะโมโหจนขับไล่เธอออกจากตระกูลซูจริง ๆ
ดังนั้นขณะอยู่ในรถ เธอจึงแสร้งบอกให้หานหานกลับไปนวดหลังเอาใจคุณย่า และสั่งให้แบ่งของเล่นให้ซู่เป่าบ้าง เพ