้เป็นต้นไป ตระกูลซูของเราไม่มีลูกสะใภ้พรรค์นี้อีก!”
เหวยหว่านขอบตาแดงก่ำ เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะทิ้งท้ายอย่างดื้อรั้น
“พวกคุณตามใจกันเข้าไปเถอะ สักวันจะรู้สึกตอนที่แกเสียคนไปแล้ว!”
พูดจบเธอสะบัดหน้าเดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นบันไดกลับห้องไป…
อยากให้เธอไปงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
เหวยหว่านรีบเข้าไปขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อยืนหยัดว่าไม่ไปไหนเด็ดขาด นึกเคียดแค้นแม่สามีว่าคงตาบอดไปแล้ว ยัยเด็กเหลือขอนั่นจงใจปั้นคำพูดให้ร้ายเธอชัด ๆ ทำไมถึงมองไม่ออกกันนะ?
อายุแค่นี้รู้จักใส่ร้ายผู้ใหญ่เสียแล้ว แต่คนในบ้านกลับไม่มีใครจัดการอะไรเลยสักคน!
คุณนายซูมองตามแผ่นหลังของสะใภ้รองไปด้วยความโกรธจนสั่นไปทั้งตัว
“ดูเอาเถอะ! ลูกตัวเองแท้ ๆ ไม่รู้จักสั่งสอน พอคนอื่นช่วยสอน กลับหาว่าพ่อแม่สามีก้าวก่ายเรื่องภายในบ้าน! แล้วเธอล่ะ… ใครให้สิทธิ์เธอมาแตะต้องซู่เป่าของฉันกัน?!”
“คุณนายคะ ใจเย็นก่อนเถอะค่ะ เด็กยังอยู่ตรงนี้นะคะ” แม่บ้านอู๋รีบกระแอมเตือนเบา ๆ
ซู่เป่ารีบยื่นมือมาตบหลังคุณย่าเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
“คุณยายไม่โกรธนะ ไม่โกรธนะคะ…”
ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอจำคำที่แม่เคยบอกได้ว่าต้องทำให้คุณยายมีความสุข แต่ตอนนี้เธอกลับทำให้คุณยายต้องโมโหเสียแล้ว
คุณนายซูพยายามข่มอารมณ์พลางปลอบซู่เป่าจนเด็กน้อยคลายกังวล หลังจากเฝ้าดูหลานสาวกินคัสตาร์ดไข่จนหมดชาม และอยู่เป็นเพื่อนจนซู่เป่าหลับสนิท จึงค่อย ๆ ปิดประ