ที่ฉันไม่อยู่ล่ะสิ”
“ไม่ใช่นะคะแม่ เมื่อกี้ซู่เป่าทิ้งขยะเปรอะเปื้อนเต็มพื้น หนูแค่จะสั่งสอนนิดหน่อยแต่เธอกลับไม่ฟัง แถมยังกล้าด่าผู้ใหญ่ด้วย… หนูเห็นว่ากิริยาแบบนี้มันไม่ดี เลยอยากใช้เหตุผลพูดกับเธอ ไม่คิดว่าเธอจะวิ่งหนีมาที่นี่…” เหวยหว่านรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
คุณนายซูไม่ฟังคำแก้ตัว เธอถอดถุงมือกันร้อนสะบัดขว้างใส่หน้าเหวยหว่านอย่างแรง!
“คิดว่าฉันจะเชื่อคำโกหกพวกนี้งั้นเหรอ?! ออกไปเดี๋ยวนี้!”
กล้าดีอย่างไรมารังแกหลานสาวเธอถึงในบ้าน ถ้าวันนี้เธอไม่อยู่ เหวยหว่านคงตั้งใจลงไม้ลงมือกับซู่เป่าใช่ไหม?
เหวยหว่านขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้น และเกลียดชัง
ยัยเด็กนี่รู้อยู่แล้วว่าคุณนายซูอยู่ในครัว แต่แกล้งไม่บอก! จงใจยั่วให้เธอโกรธแล้วล่อให้วิ่งตามมาที่นี่ เด็กอายุแค่นี้ทำไมถึงได้เล่ห์เหลี่ยมเยอะขนาดนี้!
“คุณแม่จะปกป้องยัยเด็กนี่ไปถึงไหน! ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้แกเสียคนนะคะ!” เหวยหว่านทั้งร้อนรนขุ่นเคือง เธอพยายามข่มอารมณ์ืพลางโพล่งออกมา
ซู่เป่าเม้มปากแน่น เธอมองสลับระหว่างคุณยายกับเป้าสะใภ้รอง ก่อนส่ายหน้ายืนยันความจริง
“ซู่เป่าไม่ได้ด่าใครเลยนะคะ ป้ารองบอกว่าพอเห็นหน้าหนูก็เจอแต่เรื่องโชคร้าย หนูเลยบอกไปว่าความโชคร้ายไม่ได้เกิดจากหนู แต่เป็นเพราะเงาของป้ารองบิดเบี้ยวเองต่างหาก”
สีหน้าของคุณนายซูมืดครึ้มลงกว่าเดิมทันที
“แม่บ้านอู๋! ไปเก็บของของผู้หญิงคนนี้แล้วโยนออกไปให้หมด! ตั้งแต่วันนี