่นั่งลำบากและอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด…
แม่ของเหวยหว่านมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เมื่อถูกสายตาหลายคู่จ้องมองจึงเริ่มรู้สึกว่าซูจื่อหลินทำเกินกว่าเหตุ
“พิลึกคน! ผัวเมียทะเลาะกันก็เรื่องหนึ่ง แต่ฉันเป็นแม่ยายเขานะ ไล่แม่ยายตัวเองได้ลงคอ เก่งเหลือเกิน!”
ด้านเหวยหว่านเองก็หงุดหงิดจนแทบคลั่ง ภาพวาดของซู่เป่าเมื่อครู่ไม่เพียงทำให้เธอขวัญผวา แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ทำไมเด็กนั่นถึงรู้จักลี่เหมย?
เด็กนี่มาที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่…
เมื่อเห็นแม่ยังคงบ่นอุบไม่ยอมหยุด เหวยหว่านจึงโพล่งออกมาอย่างรำคาญใจ
“แม่คะ กลับไปก่อนเถอะ! เรื่องจื่อหลินหนูจัดการเอง ทุกครั้งที่แม่มา มีแต่จะทำให้เรื่องมันวุ่นวาย!”
“พูดอะไรน่ะ! ที่ฉันมาเพราะเป็นห่วง อยากให้เธอได้ดีไม่ใช่หรือไง?” แม่ของเหวยหว่านจ้องเขม็งทันที
เหวยหว่านไม่สนใจเสียงบ่นด่า เธอหมุนตัวเดินหนีไปทันที ทิ้งให้แม่ของเธอบ่นพึมพำอีกสองสามประโยคก่อนจำใจจากไป
ณ บริเวณหลังไซต์ก่อสร้าง
เหวยหว่านเดินด้อม ๆ มอง ๆ มาหยุดอยู่หน้ารูปปั้นทองเหลืององค์หนึ่ง หลังจากสำรวจจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เธอจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อหันหลังกลับ เธอกลับต้องผงะเมื่อเห็นถุงพลาสติกสีขาวแขวนเด่นอยู่บนพุ่มไม้ตรงหน้า…
พอมันรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ถุงใบนั้นเริ่มส่ายไปมาอย่างน่าขนลุก
เหวยหว่านหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวก่อนจะใส่เกียร์สุนัขวิ่งหนีสุดชี