สงแดด วิญญาณของยัยป้าจะแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทันที”
ผีป้าหน้าเหวี่ยงคิด
พอได้แล้วมั้ง! คำก็หน้าเหวี่ยง สองคำก็หน้าเหวี่ยง พูดแค่ครั้งเดียวคนเขาก็จำได้แล้วไม่ใช่หรือไง!?
ซู่เป่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “วิญญาณแตกสลายเหรอคะ? หมายความว่า… ป้าเขาต้องตายซ้ำอีกรอบเหรอคะอาจารย์?”
จี้ฉางกล่าวสอนต่อ “เพราะฉะนั้น อาจารย์จะสอนเคล็ดวิชา ‘ย้ายวิญญาณ’ ให้เธอ พูดง่าย ๆ ก็คือการย้ายยัยป้าหน้าเหวี่ยงคนนี้ไปสถิตไว้ในวัตถุบางอย่าง เพื่อให้เธอสามารถไปไหนมาไหนกลางแดดได้”
โดยทั่วไปแล้ว ของที่ใช้สถิตวิญญาณได้ดีที่สุดก็คือร่ม โดยเฉพาะร่มสีดำ
แต่นั่นไม่ใช่การย้ายวิญญาณที่แท้จริง แถมยังลำบากซู่เป่าที่ต้องคอยกางร่มเดินตามผีไปทุกที่ ซึ่งมันไม่สะดวกเอาเสียเลย
“เราต้องหาของอย่างอื่นแทน ควรจะเป็นของที่น้ำหนักเบาและสามารถปลิวไปตามลมได้” จี้ฉางพูดพลางปรายตาไปมองเจ้าเสี่ยวอู๋โดยไม่รู้ตัว
“ของที่เบา ๆ… ของที่บินได้…” ซู่เป่ามองตามสายตาอาจารย์ไปที่เจ้าเสี่ยวอู๋ แล้วพึมพำกับตัวเอง
เจ้านกแก้วสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต มันรีบแผดเสียงร้องโวยวายทันที “อย่าถอนขนข้า! อย่าถอนขนข้า!”
“ไม่ถอน ๆ พวกเราไม่ถอนขนเสี่ยวอู่แม้แต่เส้นเดียวเลยนะ!” ซู่เป่ารีบปลอบ
ซูจื่อหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับงุนงงว่าหลานสาวเขากำลังคุยกับนกอยู่หรือ?
ทันใดนั้น ซู่เป่าก็รูดซิปเปิดกระเป๋าลายแมวเหมียวของเธอออก แล้วควานหาอะไรบางอย่างอยู่นานครู่หนึ่ง
ทันใดนั