แทบอดใจไม่ไหวอยากจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดให้จมอก
ขณะเดียวกัน จี้ฉางก็ลืมตาขึ้นพลางหาวออกมาด้วยความเกียจคร้าน
“ถึงแล้วสินะ… มานี่สิเจ้าตัวเล็ก อาจารย์จะสอนวิธีควบคุมผีให้”
เขายกมือขึ้นดึงผีสาวออกมาจากน้ำเต้า ก่อนใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบตัวเธอไว้ แล้วร่ายปลายนิ้ววาดอักขระอาคมลงบนหน้าผากของเธออย่างรวดเร็ว
“นี่เรียกว่า ‘อักขระตราทาส’ หลังจากลงอาคมแล้ว ผีตนนี้จะคอยรับใช้และทำงานให้เธอแบบว่าง่าย”
ช่วยพูดอะไรที่มีเหตุผลกว่านี้หน่อยได้ไหมคะท่าน?
การเรียกผีให้ออกมาทำงานกลางแดดเปรี้ยงแสก ๆ แบบนี้ มันไม่ใช่แค่การใช้งานแล้ว แต่มันคือการกวาดล้างวิญญาณกันชัด ๆ!
แต่แล้ว… ผีผู้หญิงก็นิ่งงันไป เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยแววตาเศร้าสร้อย
อ้อ… ลืมไปว่าเธอตายนานแล้ว และที่สำคัญ…เธอตายที่นี่นี่เอง
“โดยทั่วไปแล้ว พวกผีเร่ร่อนที่ไม่มีญาติคอยเซ่นไหว้ หรือผีอาฆาตระดับล่าง จะไม่สามารถปรากฏตัวกลางแสงแดดได้ ส่วนพวกผีร้ายอาจจะพอออกมาได้บ้าง” จี้ฉางเริ่มบทเรียนต่อไป
“แต่ต้องคอยซ่อนตัวตามเงามืดอย่างโถงลิฟต์หรือซอกตึก… แต่ถ้าเป็นพวก ‘ผีระดับจอมมาร’ พวกนั้นจะร้ายกาจกว่ามาก เพราะสามารถเดินเหินไปมากลางแดดจ้าได้เหมือนคนปกติเลยล่ะ”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางทำหน้ามึน ๆ กึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ
จี้ฉางเหลือบมองผีข้างตัวแล้วกล่าวเสริม “แต่สำหรับ ‘ป้าหน้าเหวี่ยง’ตนนี้ เธอทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ ทันทีประตูรถเปิดออกและโดนแ