ยู่ เด็กน้อยก็อุทานออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“ลุงรองขา สิ่งนี้คืออะไรเหรอคะ?”
ซูจื่อหลินมองหลานสาวด้วยรอยยิ้มพลางตอบว่า “นี่คือสนามกีฬาที่กำลังสร้างใหม่น่ะ”
ซู่เป่าโน้มตัวไปยังขอบหน้าต่างรถ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ “สนามกีฬาสวยจังเลยค่ะ… นี่คือนาฬิกาข้อมือยักษ์ของ ‘คุณตาฟ้า’ ที่ตกลงมาแตกกระจายใช่ไหมคะ?”
โครงสร้างหลักของสนามกีฬามีลักษณะเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยอาคารเสริมที่มีซี่หยักมองดูคล้ายฟันเฟืองของนาฬิกา
“ซู่เป่า… หนูมองเห็นเป็นแบบนั้นเหมือนกันเหรอ?” ซูจื่อหลินชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองดูซู่เป่าด้วยความยินดี
นี่คือผลงานที่เขาทุ่มเทออกแบบมานาน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลไกของนาฬิกาข้อมือเชิงกลนั่นเอง
“นี่เป็นรูปที่คุณลุงรองวาดเองเหรอคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามเสียงใส
“อืม ใช่แล้ว”
ซูจื่อหลินรู้สึกราวกับได้พบคนที่เข้าใจในตัวตนของเขาจริง ๆ
ซู่เป่าไม่รอช้า รีบชูนิ้วโป้งขึ้นมาแล้วกดลงที่กลางหน้าผากของลุงรองอย่างเต็มรัก
“คุณลุงรองเก่งที่สุดเลย!” ซูจื่อหลินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา คำพูดเปรียบเปรยของซู่เป่าเมื่อครู่นี้มันช่างโดนใจเขาเสียจริง…
“นาฬิกาของคุณปู่สวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาสู่โลกมนุษย์”
ช่างเป็นคำที่ถูกต้องที่สุด กาลเวลาอาจจะหยุดนิ่งไป
แต่จิตวิญญาณกีฬาอันกล้าหาญของมนุษย์จะยังคงสถิตอยู่ตลอดกาล
ซูจื่อหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ เขามองดูเจ้าตัวน้อยกำลังเตะขาไปมาด้วยความอารมณ์ดี