่าอีกคนกลับต้องข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เหวยหว่านนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เธอพลิกตัวไปมาด้วยความว้าวุ่นใจจนไม่อาจข่มตาลงได้
ช่วงที่เธอเพิ่งคลอดหานหานได้ไม่นาน แม่ของเธอมีนิสัยปากสว่าง จนเผลอหลุดพูดถึงแผนการที่พวกเธอเคยร่วมมือกันวางยาซูจื่อหลินในอดีต
โชคร้ายที่ในตอนนั้น ซูจื่อหลินดันมาได้ยินเข้าพอดิบพอดี!
วินาทีนั้นซูจื่อหลินโกรธจัด และยืนกรานว่าจะหย่าขาดกับเธอให้ได้ แต่เหวยหว่านไม่ยอม เธอเพิ่งเหนื่อยยากลำบากลำบนคลอดลูกสาวมาแท้ ๆ จะให้พาลูกทั้งสองคนออกไปตกระกำลำบากได้อย่างไรกัน
ถ้าหย่ากันตอนนี้ ความพยายามที่เธอสู้อุตส่าห์แบกท้องคลอดลูกออกมาก็สูญเปล่าหมดน่ะสิ!
ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอจึงสวมหน้ากากยืนกรานเสียงแข็งจนตัวตายว่าซูจื่อหลินหูฝาดไปเอง แม่ของเธอแค่พูดเล่นไร้สาระตามประสาคนแก่เท่านั้น
แต่สามีกลับไม่เลิกราง่าย ๆ เขาแอบไปหาซูอีเฉินเพื่อสืบหาความจริง จนเกือบเจอเบาะแสสำคัญจากคนงานหญิงที่ช่วยพวกเธอวางยาในตอนนั้น นั่นคือเรื่องการตายอย่างมีเงื่อนงำของหลี่เหมย
คิดมาถึงตรงนี้ เหวยหว่านรู้สึกหนักอึ้งในอกมากขึ้นไปอีก แต่เธอยังพยายามปลอบใจตัวเองว่า หลี่เหมยตายไป โดยไร้ร่องรอยตั้งหลายปีแล้ว ต่อให้ใครอยากรื้อฟื้นขึ้นมาสืบหาความจริงตอนนี้ ก็คงไม่มีทางเจอหลักฐานอะไรทั้งนั้น
เว้นเสียแต่ว่าหลี่เหมยจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาทวงความยุติธรรม… แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!
เหวยหว่านไม่อยากหย่า เธ