อซู่เป่า แววตาที่เคยนิ่งสงบของศาสตราจารย์เหลาพลันประกายความเอ็นดูออกมา
“ใช่ครับ ซู่เป่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศมากจริง ๆ ” พูดจบเขาก็พยักหน้าลาคนทั้งคู่ก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทันที
แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์ไม่อาจแบกรับความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามาได้ เธอจึงหลุดปากบ่นออกมาด้วยความอคติ
“เหอะ! ตระกูลซูคงยอมทุ่มเงินมหาศาลจริง ๆ สินะ…”
เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับยืนอึ้ง…
นี่เธอถูกยัยเด็กซู่เป่าคนนั้น แย่งชิงตำแหน่งศิษย์ไปเพียงเพราะตระกูลซูใช้เงินทุ่มซื้ออย่างนั้นหรือ?
ทันใดนั้นเสวี่ยเอ๋อร์ก็ปล่อยโฮออกมา เธอหมุนตัววิ่งหนีไปทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจ ในใจของเด็กน้อยสับสนและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เธอเริ่มเกลียดซู่เป่าคนนั้นเข้าให้แล้ว!
“เสวี่ยเอ๋อร์! รอแม่ก่อนลูก!” แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์หน้าเสียพลางรีบวิ่งตามลูกสาวไปทันที…
*
หลังจากส่งอาจารย์เหลากลับไปแล้ว ซู่เป่าก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดนอนสีชมพูขนฟู ที่มีหมวกหูกระต่ายยาวสองข้าง เมื่อสวมชุดนี้แล้ว เด็กน้อยตัวกลมมนก็ดูนุ่มนิ่ม และน่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
คุณยายเอื้อมมือมาลูบหน้าผากหลานสาวด้วยความรักพร้อมเอ่ยถาม “คืนนี้ให้ยายนอนเป็นเพื่อนดีไหมลูก?”
“ไม่เป็นไรค่ะ ซู่เป่านอนคนเดียวได้” ซู่เป่าดึงผ้าห่มขึ้นมาจับไว้พลางส่ายหัวปฏิเสธ
คุณยายซูลูบผมนุ่มละเอียดของเด็กน้อยพลางทอดถอนใจ เด็กคนนี้ช่างรู้ความและเกรงใจผู้ใหญ่เสียจนน่าเป็นห่วง
“ถ้าอย่างนั้นถ