่มบทเรียนแรกด้วยการ ‘เปิดตาทิพย์’ กัน” จี้ฉางเริ่มร่ายยาวด้วยท่าทางภูมิฐาน “ตาทิพย์คือดวงตาที่สามของมนุษย์ ทุกคนล้วนมีมันติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่บางคนสามารถเปิดมันได้ ส่วนบางคนถูกปิดกั้นเอาไว้ตลอดกาล…”
“เมื่อเปิดตาทิพย์แล้ว เธอจะสามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้” จี้ฉางเริ่มร่ายยาวต่อ “เพราะอย่างนั้นเด็กทารกบางคนถึงได้ชอบร้องไห้อย่างไร้เหตุผล เพราะพวกเขาเห็นในสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่เห็นนั่นแหละ แต่พอเริ่มโตขึ้น ไม่นานตาทิพย์ก็จะปิดตัวลงจนหายไปในที่สุด”
เขามองเด็กน้อยตรงหน้าแล้วกล่าวเสริม “แต่จะมีคนบางประเภทที่พิเศษกว่าใครเพื่อน แม้โตขึ้นแต่ตาทิพย์ยังคงอยู่ เพียงแค่ยังหาทางเปิดมันไม่ได้เท่านั้น”
“ซึ่งตาทิพย์ของเจ้ากระต่ายน้อยอย่างเธอก็ยังอยู่นะ ถ้าเปิดมันออกมาได้เมื่อไหร่ เธอถึงจะมองเห็นอาจารย์ได้ชัดแจ๋วเลยละ”
ซู่เป่าได้ยินดังนั้นจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือป้อม ๆ รีบตะปบเข้าที่หน้าผากของตัวเองทันที
“งั้นซู่เป่าไม่เอา! ซู่เป่าไม่อยากเปิดมันแล้วค่ะ! ซู่เป่าไม่อยากมีตาสามดวงหรอกนะ!”
เด็กน้อยส่ายหัวจนหูกระต่ายบนหัวสั่นไปมา “มันจะเหมือนท่านเทพเอ้อหลางเสินน่ะสิ น่าเกลียดจะตายไป น่าเกลียดที่สุดเลย!” จี้ฉางหมดคำจะพูด
นี่เธอหาว่าเอ้อหลางเสินน่าเกลียดงั้นเหรอ? นั่นน่ะเทพหนุ่มรูปงามระดับแถวหน้าเลยนะยายหนู!
หากเทพผู้สง่างามมาได้ยินคำพูดนี้เข้า มีหวังดวงจิตคงแหลกสลายเป็นเสี่ยง ๆ แน่!
จี