้ฉางรีบอธิบายแก้ความเข้าใจผิด “ตาสวรรค์น่ะไม่ได้จะโผล่ขึ้นมาให้ใครเห็นหรอก แต่มันจะซ่อนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของเธอนั่นแหละ”
“ค่อยยังชั่ว… ถ้าอย่างนั้นซู่เป่าพอรับได้ค่ะ” ซู่เป่าได้ยินแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“มา… ท่องตามอาจารย์นะ ปล่อยลมหายใจลงสู่จุดตันเถียน รวมจิตสมาธิไว้ที่ดวงตา บลา ๆ ๆ …” จี้ฉางเริ่มร่ายคาถา
“ปล่อยลมหายใจลงสู่จุดตันเถียน รวมจิตสมาธิไว้ที่ดวงตา บลา ๆ ๆ” ซู่เป่าน้อยว่าตามอย่างว่าง่าย
จู่ ๆ ดวงตาของจี้ฉางเกิดทอประกายความซุกซนขึ้นมา เขาแกล้งเพิ่มบทสวดประหลาดเข้าไป “เกร็งท้องน้อยแล้วปล่อยตดออกมาดัง ๆ!” ซู่เป่าน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวท่องตามทันควัน
“เกร็งท้องน้อยแล้วปล่อยตดออกมาดัง ๆ !”
ไม่เพียงแค่ท่องเปล่า แต่เด็กน้อยทำตามสูตรที่เพิ่งเรียนมาราวกับสัญชาตญาณสั่งการ
“ปรี๊ดดด—!”
เสียงสวรรค์ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มก๊าซกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่พุ่งกระจายออกมาทันที
จี้ฉางถึงกับหลุดขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาหัวเราะจนตัวงอแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้!
เจ้ากระต่ายน้อยนี่แกล้งสนุกจริง ๆ สนุกเป็นบ้าเลย!
จี้ฉางหัวเราะร่าอย่างชอบใจ ในขณะที่ซู่เป่าซึ่งยังหลับตาพริ้มเพราะกำลังรวบรวมสมาธิตามสั่ง ถามออกมาเสียงอู้อี้
“ท่านอาจารย์คะ… ทำไมซู่เป่ายังมองไม่เห็นอะไรเลยล่ะ?”
“หึหึ การจะเปิดตาทิพย์น่ะมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ขนาดคนที่มีพรสวรรค์ที่อาจารย์เคยเจอมา ยังต้องใช้เวลาฝึ