มทุ่มเททำเพื่อลูกของน้องสาวตัวเองได้สารพัด แต่กลับจะมาเขี่ยเมียเขี่ยลูกแท้ ๆ ของตัวเองทิ้ง!”
เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงพลางส่ายหน้าด้วยความระอา “เพิ่งเคยพบเคยเห็นนี่แหละ มีผู้ชายแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอเนี่ย จริง ๆ เลยนะ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เธอแสร้งหันไปมองทางประตูด้วยสายตาจิกกัด แล้วจีบปากพูดต่อ “แล้วดูแม่หนูซู่เป่าคนนั้นสิ เพิ่งจะก้าวเท้ากลับมาบ้านได้ไม่ทันไร ทำเอาครอบครัวคนอื่นต้องพังพินาศถึงขั้นหย่าร้างกัน…ตัวซวยจริง ๆ !”
เหวยหว่านที่กำลังแบกรับความกดดันจนถึงขีดสุดแผดเสียงตวาดลั่น “พอได้แล้ว! หยุดพูดพล่อย ๆ เสียที!”
เธอหันไปชี้หน้าแม่ของตนเองด้วยมือสั่นเทา ก่อนตบท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ออกไปให้พ้นหน้าหนูเดี๋ยวนี้! แล้วก็กลับบ้านตัวเองไปซะ!”
ทุกครั้งที่มาเยือนคฤหาสน์ตระกูลซู คุณยายของหานหานมักจะอยู่นานหลายวันเพื่อเสพสุขจากการดูแลของคนรับใช้มากมาย คราวนี้เธอเพิ่งมาพักได้เพียงครึ่งวันเท่านั้น แน่นอนว่าเธอไม่ยอมไปไหนง่าย ๆ
“โธ่ ลูกใจเย็น ๆ หน่อยสิ มีอะไรก็ค่อยคุยกับจื่อหลิน ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็แค่หาทางมีลูกอีกสักคน…”
เหวยหว่านผลักแม่ตัวเองออกไปข้างนอกแล้วปิดประตูดัง
ปัง!
“หืม? อะไรกัน? นี่มาโกรธฉันทำไมเนี่ย?”
เธอพูดผิดตรงไหน? ก็เรื่องมันเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่นา!
*
บรรยากาศงานเลี้ยงวันเกิดในตอนนี้นั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีกแล้ว ซูเยว่เฟยจึงก้าวออกมาเบื้องหน้าพลางชูแก้วเหล้าขึ้นและ