งนั้น หลังจากที่ฉี่เยว่กับฉี่ซานสนิทสนมกับฉี่ชิ่งและฉี่เสียงแล้ว พวกเขาทั้งสองคนก็เรียกฉี่ชิ่งและฉี่เสียงว่าพี่ใหญ่ พี่รองตามลำดับ เพื่อแสดงถึงการยอมรับและเคารพในตัวลุงใหญ่และครอบครัว
พวกเขายกโต๊ะสองตัวมาวางต่อกันในลานบ้านตามความต้องการของอวิ๋นเจียว จากนั้นพวกฉี่ซานก็ช่วยกันยกเตาถ่านสองเตาวางบนโต๊ะ แล้วนำหินแม่น้ำที่ล้างสะอาดแล้วมาวางล้อมรอบเตา
อาจารย์ตั่งเห็นเช่นนั้นก็ลูบเคราพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ดูสิวันนี้ถึงกับต้องใช้ถ่านเชียวหรือ ตกลงเที่ยงนี้เจียวเอ๋อร์จะให้พวกเรากินอะไรกันแน่นะ?”
อวิ๋นเจียวกะพริบตาปริบๆ พูดอุบอิบไว้ “ท่านอาจารย์รอนั่งกินอย่างเดียวก็พอเจ้าค่ะ อีกสักพักก็รู้เอง”
คำพูดของอวิ๋นเจียวทำให้ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะและทำตามที่นางพูด นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ
ชุนเหมยกับอวิ๋นหลานเอ๋อร์ช่วยกันยกหม้อใบโตที่บรรจุน้ำปรุงหม้อไฟ และน้ำแกงเป็ดตุ๋นมาวางบนเตาไฟ กลิ่นหอมลอยโชยมาเตะจมูก ทำให้ทุกคนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
จากนั้นจานที่บรรจุไส้เป็ดที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็ถูกยกมาวางเรียงราย ไส้เป็ดถูกแขวนไว้บนตะเกียบที่ทำเป็นราว แต่ละเส้นยาวเรียงเป็นแถวดูราวกับบะหมี่เส้นใหญ่
ต่อมาก็เป็นกระเพาะเป็ดสองจานที่หั่นตามที่นางต้องการ ตีนเป็ด ปีกเป็ด คอเป็ด และเนื้ออกเป